LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

Meta เตรียมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ไร้กล้อง หวังแก้ปัญหาความเป็นส่วนตัว

Meta smart glasses without camera

Meta เตรียมส่งแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ไม่มีกล้องเข้าสู่ตลาด โดยมีแผนเริ่มจัดส่งโดยเร็วที่สุดในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ท่ามกลางข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นกับรุ่นปัจจุบัน

เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ชื่อ Luna ไร้กล้องแต่เน้นดีไซน์

Meta อาจเปิดตัวแว่นตารุ่นใหม่ในชื่อ Luna ที่งานประชุมนักพัฒนา Connect ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายน โดยรุ่นนี้จะมีให้เลือกสองสไตล์ ได้แก่ Clubmaster และ Burbank แม้จะไม่มีกล้องมาให้ แต่ตัวแว่นจะได้รับการออกแบบให้มีขาแว่นที่บางลง เพื่อให้ดูเหมือนแว่นตาธรรมดาทั่วไป

ระบบเสียงและการใช้งานร่วมกับ AI

แม้ไม่มีกล้องถ่ายภาพ แต่ Luna ยังคงมาพร้อมกับไมโครโฟนในตัวจำนวนหกตัว และลำโพงที่หันเข้าหาหูของผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสนทนากับ Meta AI ได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มด้านข้างสำหรับกดเพื่อใช้งาน Meta AI ได้อย่างรวดเร็ว

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ประเด็นความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของรุ่นปัจจุบัน

แว่นตาอัจฉริยะรุ่นก่อนหน้าของ Meta แม้จะขายดี แต่ก็เผชิญเสียงวิקורณ์อย่างหนักจากความกังวลว่าอุปกรณ์อาจถูกนำไปใช้แอบถ่ายและคุกคามผู้คน แม้บริษัทจะเคยมีฟีเจอร์ไฟ LED กระพริบขณะบันทึกภาพ และออกอัปเดตเพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ที่ผู้ใช้เคยปิดไฟ LED หรือบังแสงไฟระหว่างบันทึกได้แล้ว แต่ตัวแว่นก็ยังคงมีชื่อเสียงในด้านลบที่อาจทำให้ผู้ซื้อลังเล

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และสิ่งที่ต้องติดตาม

การพัฒนาแว่นตารุ่น Luna ที่ไม่มีกล้องนี้ ถือเป็นความพยายามของบริษัทในการดึงดูดลูกค้าที่ยังลังเลใจให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น โดยผู้สนใจต้องติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการในงานประชุมนักพัฒนาของ Meta ในช่วงเดือนกันยายนนี้ รวมถึงการเริ่มจัดส่งสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม

การเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นที่ไม่มีกล้องถ่ายภาพในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของ Meta ต่อเสียงวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัว และเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะโดยปราศจากความกังวลเรื่องการบันทึกภาพ

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

ไขข้อสงสัย: เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องติดเครื่องชาร์จ Level 2 ที่บ้านจริงหรือไม่

EV charger Level 2 home installation electric vehicle

การเลือกติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ที่บ้านให้เหมาะสม จำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยด้านขนาดแบตเตอรี่รถยนต์ อัตราการรับกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) สูงสุด รวมถึงรูปแบบการใช้งานในแต่ละวัน เพื่อประเมินว่าควรใช้เต้ารับไฟฟ้ามาตรฐานหรือจำเป็นต้องลงทุนติดตั้งเครื่องชาร์จ Level 2 เพิ่มเติม

ขนาดแบตเตอรี่และอัตราการชาร์จของรถยนต์

ความจุแบตเตอรี่รถยนต์เป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดประเภทของเครื่องชาร์จที่บ้าน รถยนต์แต่ละรุ่นมีความจุแบตเตอรี่และอัตราการรองรับการชาร์จ AC แตกต่างกันอย่างมาก เช่น รถยนต์ขนาดเล็กอย่าง Fiat 500e มีแบตเตอรี่ขนาด 38 kWh ขณะที่ Tesla Model 3 มีขนาด 79 kWh, Volvo EX30 ขนาด 69 kWh และรถกระบะขนาดใหญ่ GMC Sierra EV มีแบตเตอรี่สูงถึง 155 kWh นอกจากนี้ยังมีรถยนต์กลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อย่าง Toyota Prius Prime (14 kWh) และ Toyota RAV4 Prime (18 kWh) ที่นิยมชาร์จไฟที่บ้านเช่นกัน

ด้านอัตราการชาร์จ AC สูงสุด รถยนต์กลุ่ม PHEV มักรองรับความเร็วต่ำ เช่น Toyota Prius Prime รองรับสูงสุด 3.5 kW และ RAV4 Prime รองรับสูงสุด 7 kW ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) อย่าง Nissan Ariya, MG4 และ Kia e-Nero ถูกจำกัดไว้ที่ 7.4 kW ขณะที่รุ่นยอดนิยมอย่าง Tesla Model 3 และ Model Y รองรับได้สูงสุดถึง 11 kW

ข้อจำกัดของเต้ารับไฟฟ้ามาตรฐานภายในบ้าน

ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เต้ารับไฟฟ้ากระแสสลับ 15A 120 โวลต์แบบมาตรฐาน สามารถจ่ายพลังงานได้สูงสุดประมาณ 1.8 kW เท่านั้น หากใช้งานร่วมกับสายแปลงพกพา จะใช้เวลาชาร์จรถยนต์กลุ่ม PHEV น้อยกว่า 10 ชั่วโมง แต่หากเป็น Fiat 500e จะใช้เวลาประมาณ 21 ชั่วโมง, Tesla Model 3 ใช้เวลาถึง 43 ชั่วโมง และ GMC Sierra EV ใช้เวลานานถึง 86 ชั่วโมงหรือมากกว่า 3.5 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไฟบ้านปกติอาจใช้เวลานานเกินไปสำหรับรถยนต์แบตเตอรี่ขนาดใหญ่

ความจำเป็นในการใช้เครื่องชาร์จ Level 2

การพิจารณาพฤติกรรมการใช้งานในแต่ละวันเป็นอีกจุดตัดสินใจสำคัญ หากผู้ขับขี่ใช้งานรถยนต์และสูญเสียแบตเตอรี่ไปเพียงเล็กน้อยในรอบ 24 ชั่วโมง หรือใช้พลังงานน้อยกว่า 15 kWh ต่อวัน (สำหรับระยะทางประมาณ 50 ไมล์) การใช้เต้ารับไฟฟ้าบ้านปกติและการชาร์จข้ามคืนก็เพียงพอแล้ว สำหรับรถยนต์ PHEV ส่วนใหญ่ ผู้ใช้สามารถประหยัดเงินโดยการชาร์จกับไฟบ้านโดยตรงได้เช่นกัน

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ในทางกลับกัน หากมีระยะทางเดินทางประจำวันที่ใช้พลังงานมาก เช่น ขับรถ Tesla Model 3 จนแบตเตอรี่ลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน (ประมาณ 32 kWh หรือราว 100 ไมล์) การชาร์จด้วยไฟบ้านจะต้องใช้เวลาถึง 18 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้พลังงานหมดลงอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วัน ในกรณีนี้เต้ารับไฟฟ้าบ้านอย่างเดียวจึงไม่ตอบโจทย์ และจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องชาร์จ Level 2

คุณสมบัติและการทำงานของเครื่องชาร์จ Level 2

เครื่องชาร์จ Level 2 ทำงานบนระบบไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) 240 โวลต์ สามารถใช้งานได้ทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ โดยต้องไม่สับสนกับเครื่องชาร์จเร็วแบบกระแสตรง (DC) เมื่อเชื่อมต่อผ่านหัวต่อ J1772 แบบ 5 พิน หรือขั้วต่อ NACS แบบ 5 พินของ Tesla ตัวรถยนต์จะเป็นผู้แปลงกระแสไฟฟ้าสลับเป็นกระแสตรง ระบบเหล่านี้สามารถจ่ายพลังงานได้ตั้งแต่ 3.3 kW ถึง 11.5 kW สำหรับระบบในที่พักอาศัย ขึ้นอยู่กับกระแสไฟฟ้าหลักของบ้าน

รุ่นของเครื่องชาร์จ Level 2 มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ:

  • รุ่น 16 แอมป์ 240 โวลต์: เพิ่มความเร็วในการชาร์จเป็น 3.5 kW ช่วยลดเวลาลงครึ่งหนึ่งเทียบกับวงจรไฟบ้านปกติ
  • รุ่น 32 แอมป์ 240 โวลต์: ดันอัตราการชาร์จขึ้นไปที่ 7.4 kW ซึ่งเร็วกว่าไฟบ้าน 120V ถึง 4 เท่า ช่วยชาร์จ Tesla Model 3 เต็มในเวลาประมาณ 11 ชั่วโมง และชาร์จ GMC Sierra EV ขนาด 155 kWh ใน 22 ชั่วโมง
  • รุ่น 48 แอมป์: จ่ายพลังงานได้สูงสุด 11.5 kWh แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่ารถยนต์รองรับอัตราการชาร์จที่สูงขนาดนี้หรือไม่

นอกจากเรื่องความเร็วแล้ว เครื่องชาร์จ Level 2 ยังมีจุดเด่นด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่าเต้ารับทั่วไป ด้วยระบบป้องกันเสริม เช่น การต่อสายดิน (pen fault) การป้องกันไฟรั่ว DC และความสามารถในการตรวจสอบการใช้พลังงานโดยรวม เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ไฟเกินขีดจำกัดของระบบไฟฟ้าในบ้าน

ข้อควรพิจารณาด้านการติดตั้งและงบประมาณ

การติดตั้งเครื่องชาร์จ Level 2 มีค่าใช้จ่ายตัวเครื่องตั้งแต่ 250 ถึง 700 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับระบบ 240V แบบเดี่ยว ขึ้นอยู่กับค่าแอมป์และฟีเจอร์เสริม เช่น การจัดการสายไฟและการตรวจสอบการใช้พลังงาน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่อาจสูงตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันดอลลาร์ตามความซับซ้อน

บ้านสร้างใหม่ที่มีระบบไฟฟ้าหลัก 200 แอมป์มักจะรองรับเครื่องชาร์จ Level 2 กำลังไฟสูงได้ทันที แต่หากเป็นบ้านที่มีระบบไฟฟ้า 100 แอมป์หรือน้อยกว่า อาจจำเป็นต้องอัปเกรดระบบเป็น 200 แอมป์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผู้ใช้จึงควรปรึกษาช่างไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบเดินสายไฟบ้านก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

ไขข้อสงสัย แฟลชไดรฟ์ USB-C ดีกว่า USB-A จริงหรือไม่ ความเร็วและความเข้ากันได้ที่ผู้ใช้ต้องรู้

USB-C flash drive vs USB-A comparison

การเลือกซื้อแฟลชไดรฟ์ระหว่างพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C และ USB-A มักสร้างความสับสนให้ผู้ใช้ โดยหลายคนเข้าใจว่าพอร์ตแบบใหม่จะมาพร้อมความเร็วที่เหนือกว่าโดยอัตโนมัติ แท้จริงแล้วประเภทของขั้วต่อเป็นเพียงตัวกำหนดรูปแบบการเชื่อมต่อเท่านั้น ขณะที่ความสามารถในการรับส่งข้อมูลขึ้นอยู่กับสเปกที่มากับไดรฟ์และพอร์ตบนอุปกรณ์นั้นๆ

ความต่างระหว่างความสะดวกและความเร็ว

พอร์ต USB-C โดดเด่นในด้านความสะดวกสบายเนื่องจากมีขนาดเล็กและใช้งานได้ทั้งสองด้าน ซึ่งพบได้ทั่วไปในแล็ปท็อป แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนยุคใหม่ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการโอนย้ายไฟล์รูปภาพ วิดีโอ หรือเอกสารขนาดใหญ่บนอุปกรณ์พกพา อย่างไรก็ตาม การใช้พอร์ต USB-C ไม่ได้การันตีความเร็วเสมอไป แฟลชไดรฟ์ USB-C ที่ใช้มาตรฐาน USB 2.0 จะทำงานช้ากว่าไดรฟ์ USB-A ที่รองรับมาตรฐาน USB 3.2 รวมถึงข้อจำกัดจากพอร์ตบนตัวเครื่อง หากนำไดรฟ์ความเร็วสูงไปเสียบกับพอร์ต USB 2.0 ความเร็วก็จะถูกจำกัดไว้ที่มาตรฐานเดิมเช่นกัน

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ความจำเป็นและการใช้งานของพอร์ต USB-A

ในฝั่งของ USB-A ขั้วต่อทรงสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิมยังคงมีความสำคัญและใช้งานได้ดีกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป แล็ปท็อป โทรทัศน์ เราเตอร์ รถยนต์ และเครื่องเล่นเกม การใช้แฟลชไดรฟ์ USB-A จึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์ได้โดยไม่ต้องหาตัวแปลงเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในการสร้างสื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการแบบบู๊ตได้ (bootable OS installation media) หรือใช้อัปเดตเฟิร์มแวร์ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ อีกทั้งยังมีราคาประหยัดและหาซื้อง่าย

สิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

การตรวจสอบสเปกความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลก่อนซื้อเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากไม่อาจตัดสินได้ว่าประเภทใดเร็วกว่ากันเพียงแค่ดูจากหัวต่อ ทั้งนี้ USB-A ยังคงรองรับความเร็วระดับ USB 3.2 Gen 1 และ Gen 2 สูงสุดถึง 10 Gbps ก่อนที่มาตรฐานโปรโตคอลจะเปลี่ยนไปรองรับ USB-C ในความเร็วที่สูงกว่านั้น สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องจัดการกับไฟล์ขนาดใหญ่มากๆ เช่น ตัดต่อวิดีโอหรือทำงาน 3D พอร์ต USB-C ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ แต่หากต้องการความยืดหยุ่น แฟลชไดรฟ์แบบสองหัว (dual-ended USB-C/USB-A) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ต้องพกพาตัวแปลง แต่อย่าลืมตรวจสอบสเปกความเร็วจากผู้ผลิตทุกครั้ง

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

บริการ Nitter และ XCancel ปิดตัวลงหลังเผชิญมาตรการทางกฎหมายจาก X

X social media legal action warning

บริการทางเลือกสำหรับอ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X อย่าง Nitter และ XCancel ได้ระงับการให้บริการลงอย่างถาวรหรือชั่วคราว หลังจากต้องเผชิญหน้ากับการดำเนินการทางกฎหมายจากทางบริษัท X ที่ส่งหนังสือเตือนให้ยุติการกระทำ

จุดเริ่มต้นของข้อพิพาททางกฎหมาย

ย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม ทาง X ได้ส่งหนังสือเตือนให้ยุติการกระทำ (cease-and-desist) ไปยัง Nitter โดยกล่าวหาว่ามีการใช้งานและการหลบเลี่ยงการใช้งาน Application Programming Interface (API) และข้อมูลที่เกี่ยวข้องของ X โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมระบุว่าบริการดังกล่าวละเมิดกฎของแพลตฟอร์มด้วยการขูดข้อมูล (scraping) โซเชียลแพลตฟอร์ม แม้ว่าทั้ง Nitter และ XCancel จะเคยกลับมาให้บริการได้ช่วงสั้น ๆ ในเดือนกันยายน แต่ล่าสุดทั้งคู่ได้ปิดตัวลงอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดและการปิดระบบ

สถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงขึ้นเมื่อที่เก็บโค้ด (repository) บน GitHub ของ Nitter ถูกเก็บถาวรและเปลี่ยนเป็นโหมดอ่านอย่างเดียวเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่ XCancel ได้โพสต์แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของตนเองเพื่อแจ้งการระงับบริการ โดยระบุถึงการพัฒนาการครั้งใหม่ในกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ว่าเป็นสาเหตุของการหยุดให้บริการ พร้อมกับเสริมว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้มากกว่านี้

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ผลกระทบต่อผู้ใช้งาน

Nitter เป็นแพลตฟอร์มแบบโอเพนซอร์สที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านโพสต์บน X ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบหรือมีบัญชีผู้ใช้ อีกทั้งยังเป็นเบื้องหลังให้กับบริการอื่น ๆ เช่น XCancel ที่เสนอทางเข้าถึงโพสต์ของ X ทางอ้อมในลักษณะเดียวกัน การปิดตัวลงของบริการเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้สูญเสียช่องทางในการดูโพสต์แบบเป็นส่วนตัว ที่ปราศจากโฆษณาและคุกกี้ติดตาม รวมถึงการติดตามข้อมูลข่าวสารบนแพลตฟอร์มของ Elon Musk โดยไม่เพิ่มจำนวนตัวเลขผู้ใช้งาน

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

เนื่องจากสถานการณ์เบื้องหลังมีความตึงเครียดมากขึ้น ผู้ใช้งาน Nitter และ XCancel จึงจำเป็นต้องรอติดตามดูกันต่อไปว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะสามารถหาทางรับมือหรือต่อสู้กับการดำเนินการทางกฎหมายได้หรือไม่ หรือการระงับบริการในครั้งนี้จะกลเป็นการปิดตัวลงอย่างถาวร

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

ชี้เป้าซื้อ MacBook มือสองปี 2026 เลี่ยงตระกูล Intel และเลือกชิป Apple Silicon เพื่อความคุ้มค่าด้านซอฟต์แวร์

used MacBook Apple Silicon 2026

การเลือกซื้อ MacBook มือสองหรือรุ่นเก่าในปี 2026 ท่ามกลางราคาหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้น ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าประสิทธิภาพและการสนับสนุนซอฟต์แวร์จะคุ้มค่ากับต้นทุนหรือไม่ โดยรุ่นที่ใช้ชิปตระกูล M ยังคงตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานและได้รับอัปเดตระบบปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

สถานะของชิป Apple Silicon และรุ่น Intel

แอปิิลเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ชิปของตนเองในปี 2020 และไม่ได้วางจำหน่าย MacBook ที่ใช้ชิป Intel มาตั้งแต่ปี 2021 ส่งผลให้รายการความเข้ากันได้ของ macOS 27 ครอบคลุมถึงรุ่น MacBook Air และ MacBook Pro ที่ใช้ชิป Apple Silicon ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2020 ในขณะที่รุ่นที่ใช้ชิป Intel จะไม่รองรับ macOS 27 Golden Gate และจะได้รับเพียงแพทช์ความปลอดภัยสำหรับเวอร์ชันสุดท้ายที่รองรับเท่านั้น ยกเว้นผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Linux ที่อาจใช้งานรุ่น Intel ปี 2018 ถึง 2020 ได้นานขึ้นโดยหลีกเลี่ยงชิปความปลอดภัย T2

การสนับสนุนซอฟต์แวร์และผลกระทบต่อการใช้งาน

การสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ถือเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เก่า ข้อมูลอัปเดตของแอปเปิลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมระบุถึง macOS Tahoe 26, Sequoia 15 และ Sonoma 14 แต่ macOS 27 Golden Gate จะเป็นรุ่นแรกที่จำกัดเฉพาะชิป Apple Silicon เท่านั้น การซื้อ MacBook ที่ถูกตัดออกจาก macOS เวอร์ชันใหม่จึงมีความเสี่ยง เว้นแต่จะใช้งานแบบเรียบง่าย เนื่องจากแอปพลิเคชันใหม่ๆ จะทยอยต้องการเวอร์ชันระบบปฏิบัติการที่สดใหม่กว่าตามกาลเวลา

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

แนวทางปฏิบัติในการเลือกซื้อรุ่นก่อนหน้า

สำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่ ตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือ MacBook ที่ใช้ชิป Apple Silicon ซึ่งครอบคลุมระยะเวลา 6 ปีตั้งแต่รุ่นปี 2020 เป็นต้นมา การเลือกซื้อรุ่นก่อนหน้ามักให้ความคุ้มค่ามากกว่ารุ่นที่ถูกที่สุดในตลาด โดยรุ่น MacBook Air ชิป Apple Silicon มือสองสภาพดีหรือผ่านการรีฟอร์บจากผู้ค้าที่น่าเชื่อถือ สามารถรองรับการทำงานพื้นฐานทั้งการท่องเว็บและการสตรีมมิ่งได้ดี ขณะที่งานที่ต้องใช้ความประมวลผลสูงควรเลือก MacBook Pro รุ่นเบาบางที่ใช้ชิป M ซีรีส์พร้อมหน่วยความจำและพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากกว่า

ข้อควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนตัดสินใจซื้อ MacBook มือสอง ควรตรวจสอบรายละเอียดดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วน:

  • ยืนยันตัวระบุรุ่นที่แน่นอนและตรวจสอบกับรายการความเข้ากันได้ของ macOS
  • ตรวจสอบรอบการชาร์จแบตเตอรี่และคำแนะนำการรับบริการ
  • ทดสอบคีย์บอร์ด หน้าจอ พอร์ตเชื่อมต่อ กล้อง Wi-Fi และลำโพง (กรณีไม่ได้ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์)
  • เลือกซื้อจากโครงการ Apple Certified Refurbished หรือผู้ค้าที่ระบุสภาพ ระยะเวลาการคืนสินค้า และการรับประกันอย่างชัดเจน ซึ่งสินค้าปรับสภาพที่ผ่านการรับรองจากแอปเปิลจะมาพร้อมกับการรับประกันมาตรฐานหนึ่งปีและช่วยประหยัดเงินกว่ารุ่นใหม่

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

เจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของจอภาพโค้ง ก่อนตัดสินใจซื้อมาใช้งานเล่นเกมและทำงาน

curved gaming monitor desk setup

การเลือกซื้อจอภาพโค้งสำหรับใช้งานคอมพิวเตอร์พกพาหรือพีซี มีประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประสบการณ์ความบันเทิงที่สมจริงกับการใช้งานเฉพาะทาง เนื่องจากหน้าจอประเภทนี้มีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างจากจอภาพแบบแบนอย่างชัดเจน

ประสบการณ์การเล่นเกมและการแสดงผลแบบ Ultrawide

จอภาพโค้งขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นจอ ultrawide หรือ super ultrawide สามารถมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงได้อย่างโดดเด่น เช่น การใช้งานร่วมกับหน้าจอ Samsung Odyssey G9 OLED ขนาด 49 นิ้ว ที่รองรับสัดส่วนภาพ 21:9 และ 32:9 ช่วยให้การรับชมภาพยนตร์หรือคัทซีนมีความเป็นภาพยนตร์มากขึ้น รวมถึงเพิ่มมุมมอง (field of view) ในเกมแนวแข่งรถและเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของเกมเนื้อเรื่องยุคใหม่บางเกมที่ยังคงรองรับเฉพาะสัดส่วน 16:9 ส่งผลให้เกิดแถบสีดำขนาดใหญ่ด้านข้างเมื่อแสดงผลบนจอ ultrawide โค้ง

การเพิ่มพื้นที่ทำงานและการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

ในด้านการทำงาน จอภาพโค้งความกว้างสูงช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการหน้าต่างเบราว์เซอร์หลายหน้าจอพร้อมกับโปรแกรมอื่น ๆ เช่น Photoshop ได้สะดวกยิ่งขึ้น หน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียด 5120 x 1440 พิกเซล ให้พื้นที่เทียบเท่ากับการใช้จอภาพความละเอียด 1440p ขนาด 27 นิ้ว สองจอทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ ความโค้งของหน้าจอยังช่วยให้มองเห็นขอบจอทั้งสองด้านได้สบายตาขึ้น เนื่องจากขอบจออยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางมากกว่าจอแบน ทำให้ไม่ต้องหันศีรษะบ่อยครั้ง

สินค้าแนะนำ
Gaming Gear และอุปกรณ์เกม
เลือกดูอุปกรณ์ Gaming และ Gaming Gear ที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ข้อจำกัดและสิ่งที่คุณควรพิจารณา

แม้จะมีจุดเด่นหลายประการ แต่จอภาพโค้งก็มีข้อจำกัดในหลายสถานการณ์ที่ผู้ใช้ควรทราบ:

  • ราคาและพื้นที่: จอโค้งส่วนใหญ่มีขนาดตั้งแต่ 34 นิ้วขึ้นไป ทำให้มีราคาสูงกว่าจอแบนและใช้พื้นที่บนโต๊ะทำงานมากกว่า
  • การติดตั้งและการจัดวาง: ดีไซน์ที่โค้งนูนทำให้ไม่เหมาะกับการติดตั้งติดผนังแบบแนบสนิท และไม่เหมาะกับการจัดวางแบบหลายจอภาพ (multi-monitor setup) ร่วมกับจอแบน
  • การใช้งานในสำนักงาน: การรับชมเนื้อหาบนจอเดียวกันร่วมกับเพื่อนร่วมงานทำได้ยาก เนื่องจากหน้าจอถูกออกแบบมาให้มองจากมุมมองตรงกลางเท่านั้น
  • งานกราฟิกเฉพาะทาง: บรรณาธิการภาพหรือนักออกแบบกราฟิกที่ต้องทำงานความแม่นยำสูงใน Photoshop อาจพบปัญหาความผิดเพี้ยนของเส้นตรงหรือตารางบริเวณขอบจอจากการโค้งของหน้าจอ

เหตุผลเบื้องหลังดีไซน์หน้าจอโค้ง

สำหรับจอภาพขนาด 21:9 ที่มีขนาดตั้งแต่ 34 นิ้วขึ้นไป มักนิยมทำเป็นจอโค้งเนื่องจากผู้ผลิตต้องการเพิ่มความรู้สึกโอบล้อมสายตาเมื่อผู้ใช้นั่งใกล้หน้าจอ ซึ่งช่วยลดการกวาดสายตาหรือหันศีรษะไปมาเมื่อเทียบกับการมองจอแบนสัดส่วน 16:9 ที่มีความกว้างมาก ๆ

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

ไขข้อสงสัยมือถือมือสองระหว่างคำว่า Refurbished กับ Pre-owned ต่างกันอย่างไรและแบบไหนคุ้มค่ากว่า

refurbished vs pre-owned smartphones comparison

ท่ามกลางราคาสมาร์ทโฟนที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ไม่ใช่เครื่องมือหนึ่งใหม่แกะกล่องช่วยให้ประหยัดเงินได้มาก แต่คำเรียกบนฉลากสินค้าอย่าง "pre-owned" หรือ "refurbished" ที่ตั้งราคาใกล้เคียงกันนั้นมีความหมายและระดับความน่าเชื่อถือที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้ซื้อจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจประวัติและการจัดการก่อนตัดสินใจควักกระเป๋า

ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างเครื่อง Pre-owned และ Refurbished

คำว่า pre-owned หรือ used เป็นการอธิบายประวัติความเป็นมาของโทรศัพท์ว่าเคยผ่านการใช้งานมาแล้ว โดยทั่วไปมักขายตามสภาพเดิม ขณะที่คำว่า refurbished หมายถึงกระบวนการที่โทรศัพท์ผ่านการตรวจสอบ ทำความสะอาด ทดสอบระบบ รวมถึงซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่เมื่อจำเป็น ทำให้โทรศัพท์ที่ผ่านการรีเฟอร์บิชทั้งหมดถือเป็นมือสองเช่นกัน แต่โทรศัพท์มือสองทุกเครื่องไม่ได้ผ่านการรีเฟอร์บิชเสมอไป

มาตรฐานที่แตกต่างกันตามแต่ละผู้ให้บริการ

ป้ายกำกับคำว่า refurbished ไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ผลิตเอง ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต หรือบริษัทภายนอก ซึ่งส่งผลต่อชิ้นส่วนที่ใช้ การทดสอบ และการรับประกัน

ตัวอย่างเช่น Apple Certified Refurbished สำหรับ iPhone จะได้รับแบตเตอรี่ใหม่ ตัวเครื่องเปลือกนอกใหม่ ชิ้นส่วนแท้ของ Apple ตามความจำเป็น และได้รับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 1 ปีเท่ากับเครื่องใหม่ ส่วน Samsung Certified Re-Newed ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ 147 จุด

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ด้านแพลตฟอร์มอย่าง eBay มีระดับ Certified Refurbished ซึ่งครอบคลุมสินค้าที่รีเฟอร์บิชโดยผู้ผลิตหรือผู้รีเฟอร์บิชที่ได้รับอนุญาต พร้อมการรับประกัน 2 ปีจาก Allstate รวมถึงระดับ Excellent, Very Good และ Good จากผู้ขายที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพพร้อมการรับประกัน 1 ปี แต่แยกประเภท "Seller Refurbished" ออกมาต่างหาก ขณะที่ตลาดซื้อขายมือสองอย่าง Back Market กำหนดมาตรฐานให้สมาร์ทโฟนต้องมีสุขภาพแบตเตอรี่อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ รีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน และลบข้อมูลแล้ว พร้อมประกัน 1 ปีและคืนสินค้าได้ภายใน 30 วัน

สำหรับ Certified Pre-Owned (CPO) อย่างเช่นของ Verizon ไม่ใช่การส่งต่อเครื่องจากเจ้าของเดิมทันที แต่ผ่านการตรวจสอบและปรับสภาพตามความจำเป็น พร้อมตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่และความจุสูงสุดอย่างละเอียด และรองรับแผนการชำระเงินของบริษัท

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และแนวทางตรวจสอบก่อนซื้อ

การเลือกซื้อเครื่องที่ผ่านการรีเฟอร์บิชจากผู้ผลิตหรือแหล่งที่เชื่อถือได้มักเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในการลดความเสี่ยง แม้จะมีราคาสูงกว่าเครื่องมือสองทั่วไป เนื่องจากมีนโยบายการคืนสินค้าและการรับประกันรองรับหากเครื่องมีปัญหาในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือสองจากคนรู้จักที่ทราบประวัติการใช้งาน หรือแพลตฟอร์มมือสองที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เช่น Swappa ที่กำหนดให้อุปกรณ์ต้องใช้งานได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เลข IMEI สะอาด ปราศจากการล็อกการเปิดใช้งาน และไม่มีสัญญาค้างชำระ ก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าและอาจมีราคาถูกกว่า

ข้อจำกัดและประเด็นที่ต้องพิจารณา

ผู้ซื้อไม่ควรพึ่งพาแค่ป้ายกำกับราคาเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ได้แก่ สุขภาพแบตเตอรี่ ความเข้ากันได้กับเครือข่ายมือถือ และการสนับสนุนซอฟต์แวร์ ตลอดจนตรวจสอบว่าเลข IMEI สะอาดและปลดล็อกบัญชีเดิมเรียบร้อยแล้ว

สำหรับเครื่องรีเฟอร์บิช ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าใครเป็นผู้ดำเนินการซ่อมแซม ใช้ชิ้นส่วนประเภทใด ใครเป็นผู้ให้การรับประกัน และมีระยะเวลารับประกันหรือคืนสินค้านานเท่าใด เพื่อให้ได้สินค้าที่คุ้มค่าที่สุด

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →