LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

จับตาอีเวนต์ใหญ่ Apple 2026: ลุ้นเปิดตัว iPhone Ultra จอพับได้พร้อม iPhone 18 Pro และ Apple Watch Series 12

Apple event iPhone Ultra foldable 2026

งานอีเวนต์ใหญ่ของ Apple ประจำวันที่ 9 กันยายน 2026 ภายใต้คีย์โน้ตชื่อ 'Surprise and shine' กำลังจะเริ่มขึ้น โดยมีความคาดหมายสูงว่าอาจมีการเปิดตัว iPhone Ultra สมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นใหม่ รวมถึงการเผยโฉม iPhone 18 Pro และ Apple Watch Series 12 นอกจากนี้ งานนี้ยังถือเป็นการขึ้นพูดบรรยายครั้งสำคัญครั้งแรกของ John Ternus ในฐานะซีอีโอคนใหม่ หลังจาก Tim Cook ได้ขึ้นพูดเป็นครั้งสุดท้ายในงาน WWDC เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การคาดการณ์การเปิดตัว iPhone Ultra และอุปกรณ์รุ่นใหม่

กระแสข่าวลือและรายงานจากสำนักข่าวอย่าง Bloomberg รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมอย่าง Dbrand ระบุตรงกันว่าการมาถึงของ iPhone Ultra นั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก โดยในวันนี้เราจะได้พิสูจน์กันว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีตัวตนจริงพร้อมวางจำหน่ายหรือไม่ และจะมีราคาสูงถึงระดับค่าเช่าบ้านนานหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีรายงานระบุว่าเราจะได้เห็นเฉพาะรุ่น Pro ของ iPhone 18 เท่านั้น พร้อมด้วยการปรากฏตัวของ Apple Watch Series 12 และอาจรวมถึง Apple Watch Ultra 4 ด้วย

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

เบื้องหลังผู้ผลิตเคสและการเตรียมความพร้อมของสื่อ

การที่ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมอย่าง Dbrand ชิงเปิดหน้าสั่งจองล่วงหน้าสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอันท่วมท้น แม้ว่าจะเสี่ยงต่อความไม่พอใจของ Apple ก็ตาม ไม่ว่าดีไซน์เคสจะอิงจากสเปกจริงหรือเป็นการคาดเดา ผู้ผลิตเคสย่อมต้องการใช้ประโยชน์จากกระแสความสนใจในอุปกรณ์ที่มีข่าวลือหนาหูนี้

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

โทรศัพท์มือถือจอพับได้ขึ้นชื่อเรื่องความเปราะบางและมีราคาสูง การลงทุนซื้อเคสป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ใช้งาน นอกจากนี้รูปแบบตัวเครื่องแบบดั้งเดิมหรือ candybar ของ iPhone รุ่นถัดไปก็ยังคงมีให้เห็นควบคู่กันไปในอีเวนต์นี้ด้วย

สิ่งที่ควรติดตามต่อไป

ทีมงานรายงานข่าวจากเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เตรียมเปิดบล็อกรายงานสดเพื่อเกาะติดสถานการณ์ทันทีที่งานเริ่มต้น และหลังงานคีย์โน้ตช่วงบ่ายตามเวลาท้องถิ่น ผู้สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสดบนช่อง YouTube เพื่อร่วมพูดคุยและปฏิกิริยาต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดที่ Apple จะนำมาจัดแสดงในวันนี้

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

ปรับแต่ง CarPlay ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่าค่าเริ่มต้น ตั้งแต่หน้าจอ โหมดขับขี่ ไปจนถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง

Apple CarPlay dashboard settings display

ผู้ใช้งานรถยนต์ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ CarPlay สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าและการแสดงผลให้ตรงกับความต้องการได้มากกว่าค่าเริ่มต้นที่ระบบกำหนดมาให้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งหน้าจอภาพพื้นหลัง การจัดการแอปพลิเคชัน ไปจนถึงฟังก์ชันความปลอดภัยในระหว่างขับขี่รถยนต์

ปรับแต่งหน้าจอและการแสดงผล

ผู้ใช้สามารถเข้าไปเปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ที่เมนู Settings และเลือก Wallpaper หรือปรับเปลี่ยนธีมการแสดงผลจาก Always Dark ให้เป็น Automatic ได้ที่เมนูย่อย Appearance นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้น เล็กลง หรือเลือกทำให้ตัวอักษรหนาขึ้นได้ผ่านเมนู Settings, Accessibility และ Text Size

สำหรับการจัดระเบียบแอปพลิเคชันบนหน้าจอหลักของ CarPlay สามารถทำได้โดยตรงจาก iPhone ผ่านเส้นทาง Settings, General, CarPlay เลือกชื่อรถยนต์ของคุณ และไปที่หัวข้อ Customize เพื่อแตะที่ Apps โดยการลากแอปพลิเคชันขึ้นไปด้านบนสุดจะทำให้แอปนั้นแสดงผลบนหน้าแรกของ CarPlay ทันที รวมถึงสามารถแก้ไขชุดวิดเจ็ตโปรดได้จากส่วนนี้เช่นกัน

ในระบบปฏิบัติการ iOS ผู้ใช้ยังสามารถเปิดใช้งาน Smart Display Zoom ได้ที่เมนู Settings, Display เพื่อให้หน้าจอแสดงผลข้อมูลได้มากขึ้นผ่านการย่อส่วนประกอบต่าง ๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่ แต่หากชื่นชอบไอคอนและตัวอักษรขนาดใหญ่สามารถปิดฟังก์ชันนี้ได้

ตั้งค่าโหมดขับขี่และการแจ้งเตือน

ระบบ Focus mode บน iPhone มีการเตรียมรูปแบบสำเร็จรูปสำหรับการขับขี่โดยเฉพาะ ผู้ใช้สามารถเพิ่มโหมดนี้ได้ที่เมนู Settings, Focus, Add และเลือก Driving ระบบสามารถตั้งค่าให้เปิดใช้งาน Driving Focus โดยอัตโนมัติเมื่อ iPhone ตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือเชื่อมต่อกับ CarPlay

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

เมื่อเปิดใช้งานโหมดดังกล่าว การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันทั้งหมดจะถูกปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ยกเว้นสายโทรเข้าจากรายชื่อที่ผู้ใช้กำหนดข้อยกเว้นไว้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และให้ Siri ช่วยอ่านออกเสียงการแจ้งเตือนที่เข้ามาได้โดยเข้าไปเปิดสวิตช์การทำงานที่เมนู Settings, Notifications, Announce Notifications และ CarPlay

ควบคุมระบบด้วยเสียงและฟีเจอร์เสียงรอบข้าง

การใช้งานคำสั่งเสียงช่วยลดความจำเป็นในการสัมผัสหน้าจอทัชสกรีนระหว่างขับรถ โดยนอกจากเรียกใช้งาน Siri ผ่านคำสั่งเสียงหรือปุ่มบนพวงมาลัยแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเปิดใช้งาน Voice Control ได้ที่เมนู Settings และ Accessibility เมื่อเปิดใช้งานจะมีคลื่นเสียงสีฟ้าปรากฏบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานพื้นฐาน เช่น เปิดแอปพลิเคชันด้วยคำว่า "Open Spotify" หรือสั่งเล่นเพลงโดยไม่ต้องเรียก Siri ก่อน

อีกหนึ่งความสามารถในตั้งค่าการเข้าถึงคือ Sound Recognition ซึ่งจะทำให้ iPhone คอยตรวจจับเสียงแตรรถ เสียงไซเรน หรือเสียงเด็ก้อง และแสดงข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจออินโฟเทนเมนต์ของรถยนต์

สิ่งที่คุณควรพิจารณาในการใช้งาน

การปรับแต่งค่าเริ่มต้นของ CarPlay ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการละสายตาขณะขับขี่ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบการตั้งค่าโหมดขับขี่และระบบเสียงให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนและคำสั่งเสียงทำงานสอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริงบนท้องถนน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

Safari ใน macOS 27 เพิ่มฟีเจอร์จัดระเบียบแท็บอัตโนมัติด้วย Apple Intelligence พร้อมเครื่องมือติดตามหน้าเว็บ

Apple Safari macOS 27 tabs organization

ผู้ใช้งานเบราว์เซอร์ Safari บนระบบปฏิบัติการ macOS 27 เตรียมพบกับการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่จะช่วยแก้ปัญหาการเปิดแท็บจำนวนมากพร้อมกัน โดยมีการเพิ่มฟีเจอร์จัดระเบียบแท็บอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับ Apple Intelligence เพื่อช่วยคัดแยกและจัดกลุ่มหน้าเว็บตามหัวข้อโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องดำเนินการเอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสามารถใหม่อย่างการแจ้งเตือนเมื่อหน้าเว็บมีการเปลี่ยนแปลง และระบบเสริมการทำงานเฉพาะกิจที่ออกแบบตามคำสั่งของผู้ใช้งาน

การทำงานของระบบจัดระเบียบแท็บอัตโนมัติ

ฟีเจอร์การจัดการแท็บใหม่ใน Safari จะไม่ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นหลังจากติดตั้ง macOS 27 ผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานจะต้องเข้าไปตั้งค่าผ่านเมนู Safari ด้วยการเปิดหน้าต่างการตั้งค่าผ่านเมนูบาร์หรือใช้คีย์ลัด แล้วเลือกไปที่เมนู Tabs จากนั้นเลือกหัวข้อ Organize Tabs โดยจะมีตัวเลือกให้อย่างการกดเลือก Automatically Create Topics เพื่อให้เบราว์เซอร์จัดหมวดหมู่แท็บตามหัวข้อของเนื้อหา เช่น หากเปิดหน้าเว็บเกี่ยวกับวิดีโอเกมหลายหน้า ระบบจะสร้างกลุ่ม Video Games ขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดจะเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ (on-device) เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ทางเลือกในการควบคุมกลุ่มแท็บ

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นอิสระในการจัดการมากกว่าการให้ระบบทำให้อัตโนมัติทั้งหมด Safari ใน macOS 27 ยังมีอีกหนึ่งตัวเลือกในหน้าตั้งค่าแท็บคือการเลือกเมนู Show Related Tabs แทน ซึ่งตัวเลือกนี้จะทำให้เบราว์เซอร์ทำหน้าที่เพียงแค่แสดงคำแนะนำเกี่ยวกับกลุ่มแท็บเท่านั้น โดยจะไม่มีการรวบรวมกลุ่มให้อัตโนมัติ ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการปล่อยให้เบราว์เซอร์จัดการเองกับการเปิดแท็บจำนวนมากโดยไม่มีการจัดระเบียบ

ฟีเจอร์ Notify Me และส่วนขยายเสริมการทำงาน

นอกเหนือจากการจัดการแท็บแล้ว macOS 27 ยังเพิ่มความสามารถใหม่อย่าง Notify Me ซึ่งทำหน้าที่ช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของหน้าเว็บ เช่น การแจ้งเตือนเมื่อสินค้ากลับมามีสินค้าในคลังหรือเมื่อราคาสินค้าปรับลดลง นอกจากนี้ยังมีระบบสร้าง custom extensions ผ่านการป้อนคำสั่งข้อความตามความต้องการใช้งานเฉพาะหน้า เช่น การพิมพ์ระบุความต้องการให้ลบป๊อปอัปความเป็นส่วนตัวออก ซึ่งระบบจะทำการประมวลผลและจัดการให้ตามคำขอ

ข้อจำกัดและกำหนดการอัปเดต

ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการ macOS 27 ยังอยู่ในช่วงเบต้า โดยคาดว่า Apple จะปล่อยอัปเดตเวอร์ชันสมบูรณ์ให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ใช้งานกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ สำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการรอสามารถเข้าร่วมโครงการ Apple Beta Program เพื่อติดตั้งอัปเดตได้ล่วงหน้า แต่มีความจำเป็นต้องสำรองข้อมูลก่อนดำเนินการ เนื่องจากซอฟต์แวร์ที่อยู่ในสถานะเบต้าอาจมีความเสี่ยงเรื่องความเสถียรและความผิดพลาดในการใช้งาน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

Sonos 27 เตรียมอัปเดตใหญ่ รองรับ AI ควบคุมระบบ และปรับดีไซน์แอปใหม่

Sonos app UI and speakers

Sonos ประกาศเตรียมปล่อยแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ในชื่อ Sonos 27 พร้อมการยกเครื่องหน้าตาแอปพลิเคชันครั้งใหญ่ การปรับแต่งโครงสร้างระบบปฏิบัติการเบื้องหลัง และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบปัญญาประดิษฐ์จากภายนอกเพื่อควบคุมการทำงานภายในบ้าน การอัปเดตครั้งนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาประสบการณ์ใช้งาน และเพิ่มฟีเจอร์การเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ชาญฉลาดขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม S2

การรองรับ AI ภายนอกและการสั่งงานด้วยเสียง

ระบบ Sonos 27 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อผู้ช่วยอัจฉริยะหรือเอเจนต์ AI ภายนอกตัวใดก็ได้ รวมถึง ChatGPT เข้ากับระบบเครื่องเสียง เพื่อสั่งงานได้โดยไม่ต้องขัดจังหวะกิจกรรมอื่น โดยทาง Sonos ได้โฮสต์เซิร์ฟเวอร์ public MCP (model context protocol) เพื่อให้ระบบ AI สามารถค้นหาและเชื่อมต่อได้ทันที ผู้ใช้สามารถสั่งงาน AI ให้เล่นเพลงเฉพาะเจาะจง ย้ายเสียงระหว่างลำโพงหรือกลุ่มลำโพง รวมถึงปรับระดับเสียงได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Sonos Custom Agents สำหรับสร้างเอเจนต์ที่มีโมเดล บุคลิก และเสียงเฉพาะตัว พร้อมด้วยผู้ช่วยสั่งเสียงตัวใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับคัดสรรเพลงและอารมณ์โดยเฉพาะ

ระบบปรับบทบาทลำโพงอัตโนมัติด้วย Sonos Fabric

เทคโนโลยีใหม่ภายใต้ชื่อ Sonos Fabric ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถรับรู้ตำแหน่งและสมาชิกอื่นในระบบได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น การนำลำโพง Move 2 หรือ Play มาวางไว้ด้านหลังโซฟา ระบบจะใช้เสียงความถี่สูงตรวจจับตำแหน่งและปรับเปลี่ยนบทบาทให้ลำโพงเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นลำโพงเซอร์ราวด์สำหรับซาวด์บาร์ของ Sonos ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าจากผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์จับคู่หูฟัง Ace Ultra เข้ากับระบบ Sonos เพื่อส่งเสียงจากลำโพงตรงไปยังหูฟังได้ในรูปแบบ early access

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การออกแบบแอปพลิเคชันใหม่และการควบคุมบน iOS

แอปพลิเคชัน Sonos ได้รับการออกแบบหน้าจอใหม่โดยมีแถบนำทางหลักประกอบด้วยหน้าแรก ระบบ และการค้นหาแบบ persistent พร้อมความสามารถในการปักหมุดลำโพงโปรดและการควบคุมจากหน้าจอล็อกบน iOS แอปพลิเคชันยังรองรับระบบ Presets สำหรับบันทึกกลุ่มลำโพง เนื้อหา และระดับเสียงเพื่อเปิดใช้งานด้วยการแตะครั้งเดียว ผู้ใช้ระบบ Apple ยังสามารถใช้ปุ่มปรับระดับเสียงเสมือนด้วยการบิดสองนิ้วบนหน้าจอ รองรับการใช้งานแอปบน iPad ให้เหมาะสมกับจอใหญ่ และทำงานร่วมกับแอป Shortcuts เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติผ่าน Siri ได้

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัดในการใช้งาน

ระบบ Sonos 27 จะรองรับฮาร์ดแวร์ที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม S2 ของบริษัทในปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์เกือบทั้งหมดที่วางจำหน่ายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ยกเว้นกลุ่มผลิตภัณฑ์รุ่นเก่า (legacy products) ที่ถูกจำกัดให้อยู่บนแพลตฟอร์ม S1 การอัปเดตหน้าตาแอปพลิเคชันใหม่จะเริ่มปล่อยให้ใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นในวันที่ 8 กันยายน พร้อมกับฟีเจอร์ AI ผ่าน MCP ในรูปแบบ early access และฟีเจอร์ลำโพงเซอร์ราวด์แบบพกพา ขณะที่ฟีเจอร์เชื่อมต่อหูฟัง Ace Ultra จะเริ่มเปิดใช้งานในวันที่ 29 กันยายน

สิ่งที่ควรติดตามต่อ

เนื่องจากฟีเจอร์การบูรณาการ AI และความสามารถในการสลับบทบาทอัตโนมัติของลำโพงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดใช้งาน ผู้ใช้งานและผู้ติดตามวงการเทคโนโลยีจำเป็นต้องรอดูผลลัพธ์จากการใช้งานจริง ว่าการเชื่อมต่อกับเอเจนต์ภายนอกและการทำงานของระบบอัตโนมัติเหล่านี้จะมีความเสถียรมากน้อยเพียงใด หลังจากที่บริษัทเคยประสบปัญหาจากการอัปเดตซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ในปี 2024 ที่ผ่านมา

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

United Airlines เริ่มทดสอบบริการสั่งอาหารและของใช้ผ่านแอป แล้วส่งตรงถึงเกตขึ้นเครื่อง

United Airlines app gate delivery Newark Terminal C

United Airlines เริ่มต้นทดสอบบริการใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถสั่งซื้ออาหาร ยา และสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางผ่านแอปพลิเคชัน แล้วรับสินค้าส่งตรงที่เกตขึ้นเครื่องได้ทันที โดยในระยะเริ่มต้นโครงการนำร่องนี้จัดทำขึ้นสำหรับเที่ยวบินที่กำหนด ที่เดินทางออกจากหรือเชื่อมต่อผ่านเกตจำนวนเก้าจุดที่กำหนดไว้ในเทอร์มินัล C ของสนามบินนานาชาติ Newark Liberty

รายละเอียดบริการและการสั่งซื้อผ่านแอป

ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านเทอร์มินัลดังกล่าวอาจได้รับอีเมลหรือการแจ้งเตือนแบบพุชก่อนออกเดินทางผ่านแอปพลิเคชัน United โดยสินค้าที่มีให้เลือกสั่งซื้อมีหลากหลายประเภท ได้แก่

  • สลัด แซนด์วิช มันฝรั่งทอด ลูกอม และอาหารสำหรับเด็ก
  • เครื่องดื่มหลากหลายชนิด
  • ยาที่จำหน่ายได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ หมอนรองคอ และสายชาร์จแบตเตอรี่

เมื่อสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว ทางสายการบินจะจัดเตรียมชั้นวางสำหรับรับสินค้าไว้ให้ที่เกต เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถมารับสินค้าที่ซื้อด้วยตนเอง บริการทดสอบนี้รองรับทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ออกเดินทางจากเกตที่ร่วมโครงการ โดย United ได้ร่วมมือกับ OTG ซึ่งเป็นบริษัทที่บริหารจัดการร้านค้าและร้านอาหารในเทอร์มินัล C ของสนามบิน Newark สำหรับช่วงทดสอบเบื้องต้นนี้

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ข้อจำกัดและสิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้

บริการดังกล่าวอยู่ในช่วงทดสอบระบบผ่านเที่ยวบินและเกตที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น ผู้โดยสารที่จะใช้งานต้องอยู่ในเที่ยวบินที่ออกเดินทางจากหรือเชื่อมต่อผ่านเก้าเกตที่กำหนดในเทอร์มินัล C ของสนามบิน Newark Liberty International โดยการรับสินค้าจะต้องมารับที่ชั้นวางบริเวณเกตที่จัดเตรียมไว้

แผนการขยายบริการและการพัฒนาในอนาคต

หลังจากช่วงทดสอบนี้ United มีแผนที่จะขยายโครงการนำร่องไปยังเมืองฮิวสตันในช่วงปีนี้ ก่อนที่จะพิจารณาเปิดให้บริการในวงกว้างหากผลการทดสอบผ่านเกณฑ์ และในอนาคตหากมีการตัดสินใจขยายบริการอย่างเต็มรูปแบบ สายการบินระบุว่าจะมีการรวมบริการนี้เข้ากับระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน เพื่อให้ผู้โดยสารที่กำลังเดินทางสามารถสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าได้ก่อนที่จะเครื่องลงจอด

ฟีเจอร์สตนบายเที่ยวบินใหม่

นอกเหนือจากบริการส่งสินค้าที่เกตแล้ว ทาง United ยังเพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าร่วมรายชื่อสตนบายผ่านแอปได้ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้อง หากผู้โดยสารได้รับการจองเที่ยวบินใหม่ให้เดินทางในเที่ยวบินที่ช้าลง ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ลงชื่อสตนบายล่วงหน้าสำหรับเที่ยวบินที่ออกเร็วกว่าได้สูงสุดสามเที่ยวบิน และช่วยให้สามารถจองเที่ยวบินใหม่ได้อย่างรวดเร็วทันทีที่มีที่นั่งว่าง

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

Adobe ผสานเครื่องมือกว่า 70 รายการจาก Photoshop และ Illustrator เข้าสู่ Slack

Adobe Slack integration Photoshop Illustrator

Adobe ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ด้วยการนำเครื่องมือการทำงานกว่า 70 รายการจากชุดแอปพลิเคชันยอดนิยม เข้ามาผสานการทำงานบนแพลตฟอร์มการสื่อสารอย่าง Slack เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงความสามารถระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา

การผสานเครื่องมือครั้งใหญ่บน Slack

การเชื่อมต่อระบบในครั้งนี้ครอบคลุมฟีเจอร์จากหลากหลายแอปพลิเคชันหลักของ Adobe ได้แก่ Adobe Firefly, Adobe Express, Photoshop, Premiere, Acrobat, InDesign, Illustrator, Stock และ Lightroom ซึ่งมีจำนวนเครื่องมือรวมกันมากกว่า 70 รายการ รูปแบบการใช้งานจะมีลักษณะใกล้เคียงกับการพัฒนาปลั๊กอินสำหรับแพลตฟอร์ม ChatGPT ของ OpenAI ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้

ความสามารถและตัวอย่างการใช้งาน

เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน Adobe บน Slack เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานผ่าน Slackbot ด้วยการพิมพ์ข้อความระบุงานที่ต้องการ เพื่อให้ระบบเลือกใช้เครื่องมือของ Adobe ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการให้ทันที โดย Slackbot สามารถดึงเนื้อหาจากภายในแชนแนล, Canvases ของ Slack รวมถึงคลังข้อมูลจาก Adobe Creative Cloud มาประมวลผลร่วมกันได้

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ตัวอย่างรูปแบบการทำงานที่รองรับ เช่น การแปลงสเปรดชีตให้ออกมาเป็นภาพกราฟิก, การสร้างเนื้อหาสำหรับงานตลาดหรือสื่อสังคมออนไลน์จากเทมเพลตสำเร็จรูป และการแก้ไขภาพจำนวนมากในคราวเดียว

เงื่อนไขการใช้งานและข้อจำกัด

ฟีเจอร์การใช้งานดังกล่าวเปิดให้บริการแล้วสำหรับผู้ใช้งานแพ็กเกจ Slack Business+ และ Enterprise+ บนเว็บไซต์ อุปกรณ์พกพา และเดสก์ท็อป โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีบัญชี Adobe ก็สามารถใช้งานได้ แต่หากมีบัญชีจะช่วยให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น

ความเคลื่อนไหวด้านการบูรณาการแพลตฟอร์ม

การเพิ่มเครื่องมือจาก Adobe เข้ามาในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลังจากที่ Slack เคยเพิ่มการรองรับ Model Context Protocol ให้กับ Slackbot เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นได้มีการนำบริการอื่นอย่าง Canva และ Figma เข้ามาเชื่อมต่อในลักษณะใกล้เคียงกัน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

Audacity 4 ปล่อยอัปเดตใหญ่ในรอบหลายปี ปรับโฉมหน้าตาใหม่พร้อมเพิ่มเครื่องมือตัดต่อระดับโปร

Audacity 4 audio editor user interface dark mode

Audacity โปรแกรมตัดต่อเสียงฟรีและโอเพนซอร์สยอดนิยม ประกาศปล่อยอัปเดตเวอร์ชัน 4.0 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยถือเป็นการเปลี่ยนแปลงและอัปเดตฟีเจอร์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปล่อยเวอร์ชัน 3.0 เมื่อกว่า 5 ปีที่แล้ว ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้พัฒนาโดยทีมงาน Muse Group มุ่งเน้นการยกระดับความสามารถของโปรแกรมให้ทัดเทียมกับโปรแกรมระดับมืออาชีพ แต่ยังคงรักษาความคุ้นเคยให้กับผู้ใช้งานเดิม

การเปลี่ยนแปลงด้านหน้าตาและดีไซน์

ผู้ใช้งานจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านรูปลักษณ์ภายนอกทันทีที่เปิดใช้งาน โดย Audacity 4 ได้เพิ่มโหมดมืด (Dark mode) ที่หลายคนรอคอยเข้ามา ตัวอินเทอร์เฟซถูกออกแบบให้มีสีสันมากขึ้น มีคลิปเสียงหลากสี และเพิ่มความสดใสให้กับองค์ประกอบยูสเซอร์อินเทอร์เฟซอย่างปุ่มปรับเกน (gain sliders) อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ทางผู้พัฒนาได้เตรียมตัวเลือกให้สามารถเปิดใช้งานหน้าตาแบบคลาสสิกดั้งเดิมได้ตั้งแต่ขั้นตอนการตั้งค่า

เครื่องมือตัดต่อและเวิร์กโฟลว์ใหม่

การอัปเดตครั้งนี้มีการขยายขีดความสามารถด้านการแก้ไขแบบไม่ทำลายต้นทุน (non-destructive editing) ที่เคยเริ่มทดลองในเวอร์ชัน 3.2 อย่างมาก โดยคลิปเสียงสามารถทับซ้อนกันได้ และการตัดทอนจะช่วยให้สามารถดึงเสียงที่ถูกบังกลับคืนมาได้หากตัดเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถเลือกและตัดคลิปหลายคลิปพร้อมกันได้ด้วยการลากแฮนเดิลเดียว รวมถึงการจัดกลุ่มคลิปเพื่อความสะดวกในการแก้ไขที่ซับซ้อน

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ตัวโปรแกรมยังเพิ่มเครื่องมือ envelope tool ที่ทำงานคล้ายกับระบบอัตโนมัติใน Ableton Live หรือ ProTools ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อสร้างจุดควบคุมสำหรับการปรับค่าเกนและลากได้ รูปคลื่นเสียงจะแสดงผลการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเพิ่มเครื่องมือแบ่งคลิป (splitting tool) สำหรับการตัดคลิปด้วยคลิกเดียวที่ใช้งานง่ายคล้ายกับซอฟต์แวร์สร้างสรรค์อื่น ๆ เช่น Adobe Premiere หรือ Logic Pro

ฟีเจอร์ระดับโปรและการแก้ไขขั้นสูง

ผู้ใช้งานสามารถซูมเข้าไปในคลิปเพื่อทำการแก้ไขลงไปถึงระดับตัวอย่าง (sample level) ซึ่งช่วยให้การปรับแต่งไมโครแอดจัสเมนต์มีความแม่นยำสูง แต่ละแทร็กจะมีมิเตอร์ส่วนตัวเพื่อให้ผู้ใช้งานตรวจสอบได้ว่าแทร็กไหนกำลังเกิดอาการคลิปปิ้งในมิกซ์ นอกจากนี้ยังมีการรองรับปลั๊กอินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และการนำฟีเจอร์ระดับโปรจากซอฟต์แวร์ DAWs ราคาแพงมาให้ใช้งานกันได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และประเด็นที่ต้องพิจารณา

การเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่อาจสร้างความขัดแย้งให้กับผู้ใช้งานเดิมคือ การถอดฟีเจอร์ sync-lock ที่เคยใช้ในการแก้ไขคลิปหลายคลิปไปพร้อมกันออกไป แม้ว่าจะมีการเพิ่มคีย์ลัดใหม่เข้ามาเพื่อทดแทนการทำงานดังกล่าวก็ตาม ผู้ใช้งานที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บทางการของ Audacity 4 หรือผ่านวิดีโอบน YouTube ที่จัดทำควบคู่กันไป

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →