ไขข้อสงสัยผู้ใช้อินเทอร์เน็ต: ควรเช่า ซื้อ หรือหาอุปกรณ์เครือข่ายมาเอง?

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือ ISP มักให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลือกวิธีรับอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ เมื่อสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตใหม่ โดยมีทั้งรูปแบบการเช่าอุปกรณ์ การซื้อขาด หรือการนำอุปกรณ์ของตนเองมาใช้งาน ซึ่งแต่ละทางเลือกมีต้นทุนและความสะดวกที่แตกต่างกัน
รูปแบบการเช่าอุปกรณ์จากผู้ให้บริการ
การเช่าอุปกรณ์จาก ISP มักถูกนำเสนอเป็นทางเลือกที่สะดวก ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในบิลอินเทอร์เน็ตรายเดือนราว 10 ถึง 20 ดอลลาร์ โดยผู้ให้บริการอาจส่งช่างมาติดตั้งและตั้งค่าให้เรียบร้อย รวมถึงมีการอัปเดตอุปกรณ์รุ่นใหม่ให้ทุก ๆ ไม่กี่ปี ข้อจำกัดคือต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง และไม่สามารถปรับแต่งการตั้งค่าระดับลึกหรือเปลี่ยนการตั้งค่า DNS ได้อย่างอิสระ
ทางเลือกในการซื้ออุปกรณ์เอง
ผู้ใช้สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์โมเด็มและร้าท์เตอร์มาใช้งานเองได้ หากผู้ให้บริการอนุญาต โมเด็มอาจมีราคาเริ่มต้นราว 55 ดอลลาร์สำหรับความเร็วไม่เกิน 400 Mbps ขณะที่รุ่นรองรับความเร็วสูงขึ้นจะมีราคาตั้งแต่ 100 ถึง 300 ดอลลาร์ การซื้ออุปกรณ์เองช่วยให้ผู้ใช้มีอิสระในการเลือกสเปก Wi-Fi ความปลอดภัย การตั้งค่าควบคุมโดยผู้ปกครอง และระบบ Mesh Network สำหรับกระจายสัญญาณทั่วบ้าน
นโยบายรวมอุปกรณ์ในแพ็กเกจ
ผู้ให้บริการบางรายเริ่มรวมอุปกรณ์เกตเวย์ไว้ในค่าบริการรายเดือนแล้ว เช่น Verizon Fios ที่ระบุอุปกรณ์เป็นแบบรวมในแพ็กเกจ หรือ Xfinity ที่รวมอุปกรณ์ในแพ็กเกจความเร็วเริ่มต้น 300 Mbps โดยผู้ใช้สามารถปฏิเสธการรับอุปกรณ์และนำอุปกรณ์ของตนเองมาใช้งานแทนได้ พร้อมทั้งมีรายชื่อโมเด็มของบุคคลที่สามที่รองรับการใช้งานให้ตรวจสอบ
ข้อจำกัดด้านความเป็นส่วนตัวและการควบคุม
อุปกรณ์ที่ได้รับจากผู้ให้บริการมักถูกกำหนดค่าให้ช่างสามารถเข้าถึงระยะไกลเพื่อตรวจสอบและเปลี่ยนการตั้งค่าได้ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการบางรายอย่าง Xfinity ยังมีการปล่อยเครือข่ายสาธารณะผ่านอุปกรณ์ในบ้านให้ลูกค้ารายอื่นเข้าถึงได้ แม้ผู้ให้บริการจะระบุว่าปลอดภัยและไม่กระทบแบนด์วิดท์ แต่ก็ทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์ไม่สามารถควบคุมระบบเครือข่ายของตนเองได้อย่างเต็มที่
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

<< หน้าแรก