LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569

แอปเปิตเปิดทาง Siri เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวผ่านการทำดัชนี พร้อมวิธีตั้งค่าจำกัดการเข้าถึง

iPhone Siri settings privacy personal data

ผู้ใช้งาน iPhone สามารถควบคุมและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวที่ถูกดัชนีโดยเครื่องมือ Spotlight ซึ่งเปิดทางให้ Siri สามารถดึงข้อมูลภายในแอปพลิเคชันมาแสดงผลได้ โดยแอปเปิลปล่อยให้ผู้พัฒนาแอปเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยอมให้ Siri เข้าถึงข้อมูลที่ผู้ใช้สร้างขึ้นภายในแอปนั้น ๆ หรือไม่ แต่ผู้ใช้ยังคงมีสิทธิ์ในการจัดการและจำกัดการเข้าถึงดังกล่าวได้ด้วยตนเอง

วิธีจำกัดการเข้าถึงข้อมูลแอปของ Siri

ผู้ใช้สามารถป้องกันไม่ให้ Siri ดึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันเฉพาะเจาะจงได้ แม้จะทำการสั่งงานโดยตรง โดยมีขั้นตอนการตั้งค่าดังนี้:

  • เปิดแอป Settings
  • เลื่อนลงแล้วเลือก Apps
  • เลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการจำกัดการเข้าถึง
  • แตะเลือก Search
  • ปิดตัวเลือก Show Content in Search

หากปิดการใช้งานดังกล่าว Siri จะไม่สามารถดึงข้อมูลจากแอปนั้นได้อีก เช่น หากปิดการดัชนีของแอป Messages แล้วขอให้ Siri สรุปข้อความจากเพื่อน ระบบจะแจ้งว่าไม่พบข้อความดังกล่าว

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การจัดการการเรียนรู้และการใช้งานแอป

ภายในเมนูการตั้งค่าแอปจะมีกลุ่มตัวเลือก Apple Intelligence & Siri ซึ่งควบคุมตำแหน่งที่ iOS อาจแนะนำแอปพลิเคชันให้ผู้ใช้ เช่น ตัวเลือก Suggest App ที่ใช้สำหรับการแสดงแอปในหน้าค้นหา หรือตัวเลือก Learn from this App ที่ช่วยให้ iOS ทราบรูปแบบการใช้งานเพื่อปรับปรุงการแนะนำแอปพลิเคชันให้เหมาะสม โดยตัวเลือกเหล่านี้ไม่มีผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว

การใช้งานการรับรู้หน้าจอและข้อมูลเสียง

แม้จะจำกัดการค้นหาในแอปแล้ว ผู้ใช้ยังคงใช้งานฟีเจอร์ on-screen awareness ซึ่งช่วยให้ Siri อ่านเนื้อหาจากภาพถ่ายหน้าจอหรือรูปภาพเพื่อสรุปบทความหรือชุดข้อความได้ แต่ภาพหน้าจอที่ถูกส่งให้ Siri ตีความอาจถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ PCC ของบริษัท นอกจากนี้ ค่าเริ่มต้นของบริษัทจะไม่นำข้อมูลจากการโต้ตอบไปฝึกฝนรุ่นของระบบเสมือน แต่ผู้ใช้อาจเผลอเปิดใช้การแชร์บันทึกเสียงในขั้นตอนตั้งค่าเครื่อง โดยสามารถตรวจสอบและปิดได้ที่ Settings ไปที่ Privacy & Security เลือก Analytics & Improvements แล้วปิด Improve Siri & Dictation

ทางเลือกในการลดการเข้าถึงหรือปิดการใช้งาน

ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนกลับไปใช้เวอร์ชันเก่าโดยเลือก Siri Classic ผ่านเมนู Screen Time และ Content & Privacy Restrictions เพื่อใช้งานร่วมกับ CarPlay หรือสามารถปิดการทำงานทั้งหมดได้โดยไปที่การตั้งค่า Siri แล้วเลือก Turn off Siri

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เตือนภัย AI Agent หน้าตาน่ารัก ดีไซน์มัดใจผู้ใช้แต่ซ่อนความเสี่ยงข้อมูลส่วนตัว

cute AI agent cartoon mascot Meta OpenAI

กระแสความนิยม AI Agent ในปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่ดีไซน์ที่น่ารักและเข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Meta ได้เปิดตัว Muse ที่มาพร้อมมาสคอตไข่มีขนชื่อ Jolly ขณะที่ OpenAI เปิดตัวระบบส่วนตัวอย่าง Dots ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายตัวการ์ตูน Muppet ทว่าความน่ารักเหล่านี้อาจทำให้ผู้ใช้งานชะล่าใจและละเลยความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว

เบื้องหลังดีไซน์ชวนมองและการตลาดบนโลกออนไลน์

การออกแบบ AI Agent ให้มีรูปลักษณ์เป็นมิตรและไม่น่ากลัว ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความหวระแวงของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยี โดย Meta ได้โปรโมทผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างต่อเนื่องด้วยภาพและวิดีโอของมาสคอต Jolly จนกลายเป็นกระแสมีม เช่นเดียวกับ OpenAI ที่เผยแพร่โปรโมชันวิดีโอของ Dots หลากหลายสีสันและรูปทรง ซึ่งช่วยสร้างการตลาดแบบปากต่อปากได้อย่างรวดเร็ว

ความเสี่ยงจากการใช้งานจริงและปัญหาการแชร์ข้อมูล

แม้ทั้งสองบริษัทจะยืนยันว่ามีระบบป้องกันความปลอดภัยเพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ แต่ระบบเหล่านี้ยังคงสร้างความประหลาดใจและปัญหาในการใช้งาน ตัวอย่างเช่นกรณีของยูทูบเบอร์ Matt Robb ที่ให้ Muse ช่วยขายของบน Facebook Marketplace แต่ระบบกลับส่งที่อยู่บ้านให้กับผู้ซื้อโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว เนื่องจากเลือกตั้งค่าสิทธิ์เป็นอนุญาตตลอดเวลา แทนที่จะเป็นอนุญาตครั้งเดียว

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

นอกจากนี้ยังมีกรณีของ Jason Aten คอลัมนิสต์จาก Inc. ที่พบว่าแอปพลิเคชัน Muse บน Mac สามารถซิงค์ข้อความตัวอักษรทั้งหมดได้ แม้ว่าเขาจะคิดว่าตนเองได้ปฏิเสธการเข้าถึงอย่างชัดเจนแล้วก็ตาม โดย David Singleton ผู้บริหารของ Meta ระบุว่าฟังก์ชันการซิงค์ข้อความดังกล่าวต้องอาศัยการยินยอมจากผู้ใช้

ข้อควรระวังในการเชื่อมต่อข้อมูลส่วนตัว

การใช้งาน AI Agent ให้เต็มประสิทธิภาพตามที่ผู้สร้างแนะนำ ผู้ใช้จำเป็นต้องเชื่อมต่อบัญชีส่วนตัวและข้อมูลจำนวนมากเข้ากับระบบ ไม่ว่าจะเป็นกล่องข้อความอีเมล รายละเอียดบัตรเครดิต เอกสาร บันทึกสุขภาพ ข้อความตัวอักษร และแอปพลิเคชันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งหมายความว่า AI Agent จะสามารถมองเห็นเอกสารสำคัญทั้งหมดที่มีการรับส่งผ่านบัญชีเหล่านั้นได้

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และแนวทางรับมือ

ผู้ใช้งานควรมีความระมัดระวังในการให้สิทธิ์การเข้าถึงแก่ AI Agent แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหรือผู้ที่ชื่นชอบหุ่นยนต์ก็นับว่ามีความเสี่ยงเช่นกัน การจำกัดขอบเขตการเข้าถึงบัญชีภายนอกให้kept อยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ เช่น บัญชีจองร้านอาหารหรือแอปพลิเคชันเพลง เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบหากระบบทำงานผิดพลาด การตระหนักรู้ว่าเบื้องหลังหน้าตาน่ารักคือบริษัทที่เคยมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

Meta เริ่มเปิดให้ผู้ใช้แว่นตาอัจฉริยะปิดการนำข้อมูลภาพไปฝึกฝนระบบ AI แล้ว

Meta smart glasses AI training settings

Meta เริ่มทยอยปล่อยการตั้งค่าใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานแว่นตาอัจฉริยะสามารถปฏิเสธไม่ให้บริษัทนำข้อมูลภาพที่จัดเก็บจากอุปกรณ์ไปใช้ในการฝึกฝนโมเดล AI ได้แล้ว โดยระบบดังกล่าวเริ่มแจ้งเตือนผู้ใช้งานผ่านป๊อปอัปในแอปพลิเคชัน Meta AI เพื่อให้เจ้าของอุปกรณ์สามารถเข้าไปจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภาพและวิดีโอได้

วิธีตั้งค่าเพื่อปฏิเสธการจัดเก็บข้อมูลภาพ

ผู้ใช้งานที่ต้องการปิดการนำข้อมูลไปฝึกฝน AI สามารถเข้าไปดำเนินการได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Meta AI โดยไปที่การตั้งค่าของตัวแว่นตา เลือกเมนู Meta AI และเลื่อนลงมาที่ตัวเลือกสำหรับการจัดเก็บข้อมูลภาพจากประสบการณ์ใช้งาน AI ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจะต้องนำแว่นตาออกจากกล่องเก็บและเชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงค่าดังกล่าวได้ และหากมีแว่นตาอัจฉริยะมากกว่าหนึ่งคู่ จะต้องดำเนินการตั้งค่าซ้ำสำหรับอุปกรณ์แต่ละคู่ด้วย

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

กระบวนการทำงานของข้อมูลภาพและการตรวจสอบโดยมนุษย์

ทางบริษัทได้เผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมในศูนย์ช่วยเหลือระบุว่า เมื่อมีการใช้งานฟีเจอร์ AI บนแว่นตา เช่น การสอบถามสิ่งที่กำลังมองอยู่หรือการใช้ฟีเจอร์ Live AI ระบบจะทำการจัดเก็บข้อมูลภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนฟีเจอร์ต่าง ๆ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท รวมถึงกระบวนการฝึกฝนและปรับปรุงโมเดล AI ที่อาจทำโดยอัตโนมัติหรือดำเนินการโดยมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลภาพดังกล่าวจะไม่รวมถึงภาพถ่ายและวิดีโอที่ผู้ใช้บันทึกด้วยตนเองในขณะที่ไฟ LED บันทึกภาพทำงานอยู่

ผลกระทบต่อการใช้งานฟีเจอร์ของแว่นตา

การเลือกปฏิเสธไม่ให้จัดเก็บข้อมูลภาพอาจส่งผลให้ผู้ใช้งานไม่สามารถใช้งานบางฟีเจอร์บนแว่นตาได้ โดยเฉพาะฟีเจอร์การแจ้งเตือนด้วยภาพ เช่น การมองวัตถุชิ้นหนึ่งแล้วขอให้ระบบช่วยเตือนความจำให้ซื้อในสัปดาห์ถัดไป แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีฟีเจอร์อื่นใดได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ข้อมูลระบุว่าหากผู้ใช้เลือกปิดการจัดเก็บ ข้อมูลภาพเหล่านั้นจะไม่ถูกบันทึกไว้หลังผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

Discord เริ่มใช้ระบบยืนยันอายุแบบปรับปรุงใหม่ พร้อมมาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

Discord age verification policy interface app

Discord เริ่มต้นใช้งานนโยบายการยืนยันอายุที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ หลังจากที่เคยเลื่อนแผนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยระบบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองต่อเสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้ พร้อมกับกฎระเบียบที่สอดคล้องกับทิศทางของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่จำกัดการเข้าถึงสำหรับเยาวชน

การจัดกลุ่มผู้ใช้งานอัตโนมัติ

เริ่มต้นตั้งแต่สัปดาห์นี้ ระบบจะทำการคัดกรองและจัดกลุ่มผู้ใช้งานให้อยู่ในกลุ่ม Adult หรือ Teen โดยอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากข้อมูลเช่น ระยะเวลาการใช้งานของบัญชี เซิร์ฟเวอร์ที่เข้าร่วม และระดับกิจกรรมโดยรวม ทั้งนี้ Discord ยืนยันว่าจะไม่มีการเข้าถึงข้อความหรือการโทรเพื่อประเมินอายุ และกลุ่มอายุของผู้ใช้จะไม่แสดงบนโปรไฟล์หรือแชร์ให้สมาชิกในเซิร์ฟเวอร์อื่นเห็น ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะบัญชีของตนเองได้ที่ส่วน Account Status ในเมนู User Settings

ทางเลือกในการยืนยันอายุสำหรับผู้ยังไม่ยืนยัน

สำหรับผู้ใช้งานที่ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ Unconfirmed จะมีตัวเลือกหลากหลายในการยืนยันว่ามีอายุมากกว่า 18 ปี ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางภูมิภาค โดยอาจรวมถึงการยืนยันผ่านบัตรเครดิต, Apple App Store, Google Play Store, Google Wallet, บริการ Credential ของ AgeKey รวมถึงเครื่องมือทั่วไปอย่างการสแกนบัตรประจำตัวหรือวิดีโอเซลฟี นอกจากนี้ เพื่อคลายความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว Discord กำหนดให้ผู้ให้บริการยืนยันอายุที่เป็นบุคคลภายนอกต้องลบข้อมูลของผู้ใช้อย่างถาวรเมื่อการบริการเสร็จสิ้น และการประเมินอายุด้วยใบหน้าจะต้องรันบนอุปกรณ์ของผู้ใช้เท่านั้น

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ผลกระทบต่อบัญชีกลุ่มวัยรุ่น

บัญชีผู้ใช้งานที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Teen จะถูกจำกัดการใช้งาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ข้อความจากผู้ที่ไม่ใช่เพื่อนจะถูกส่งไปยังกล่องข้อความแจ้งเตือน (Message Requests) และจะมีคำเตือนก่อนยอมรับคำขอเป็นเพื่อนจากผู้ที่ไม่มีเพื่อนร่วมกันหรือไม่มีเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่ใช้งานร่วมกัน ประการต่อมา ผู้ใช้วัยรุ่นจะไม่สามารถมองเห็นเนื้อหาบางส่วน เช่น รูปภาพที่ถูกแท็กว่าเป็นเนื้อหาเซนซิทีฟ รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ ช่อง และคำสั่งบอทที่จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่ และข้อจำกัดสุดท้ายคือ รายละเอียดโปรไฟล์เต็มและกิจกรรมของผู้ใช้จะมองเห็นได้เฉพาะเพื่อนและสมาชิกในเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กเท่านั้น สำหรับบัญชีในกลุ่ม Unconfirmed จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดสองข้อแรกจนกว่าจะยืนยันอายุสำเร็จ

สิ่งที่คุณควรทราบและการดำเนินการ

สำหรับผู้ชมส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มซึ่งคาดว่ามีสัดส่วนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ หากระบบจัดกลุ่มให้อย่างถูกต้องแล้ว จะไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม โดยผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานะบัญชีของตนเองผ่านเมนูการตั้งค่าเพื่อดูว่าถูกจัดอยู่ในกลุ่มใด และเตรียมรับมือกับมาตรการจำกัดการมองเห็นเนื้อหาหรือการรับข้อความหากบัญชีถูกจัดอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นหรือไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

แอปเปิลเตรียมใช้โหมด Reference Image บน iPhone 18 Pro ป้องกันภาพถ่ายถูกตัดต่อ

iPhone 18 Pro camera Apple Reference Image

แอปเปิลเตรียมแก้ปัญหาภาพถ่ายถูกตัดต่อและสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งานด้วยโหมด Reference Image บน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ระบบดังกล่าวจะสร้างชุดข้อมูลที่ได้รับการป้องกันพร้อมหลักฐานเวลาที่บันทึกภาพ เพื่อแปลงเป็นภาพถ่ายที่มีลายเซ็นดิจิทัลสำหรับตรวจสอบความถูกต้อง

การทำงานของลายเซ็นดิจิทัลจากเซ็นเซอร์กล้อง

ความปลอดภัยของระบบเริ่มต้นตั้งแต่ตัวเซ็นเซอร์กล้องที่มีกุญแจเข้ารหัสลับส่วนตัว ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่กระบวนการผลิตและเก็บไว้ภายในตัวเครื่อง เซ็นเซอร์จะใช้กุญแจนี้สร้างลายเซ็นที่ผูกติดกับข้อมูลภาพตั้งแต่ตอนที่แสงถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล นอกจากนี้ตัวโหมดยังป้องกันไม่ให้เฟิร์มแวร์ของเซ็นเซอร์แก้ไขข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ โดยแอปเปิลจะบันทึกข้อมูลว่าเซ็นเซอร์ตัวใดเป็นของโทรศัพท์เครื่องใด เพื่อป้องกันการถอดเซ็นเซอร์ไปใช้กับอุปกรณ์อื่นเพื่อสร้างภาพปลอม

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การบันทึกเวลาและขั้นตอนการประมวลผลผ่านคลาวด์

ระบบ Reference Image จะบันทึกช่วงเวลาที่ถ่ายภาพโดยไม่พึ่งพานาฬิกาบนโทรศัพท์ แต่ใช้ลายเซ็นเวลาจากบริการ Private Cloud Compute ของแอปเปิล ซึ่งจะทำการบันทึกเวลาทุก ๆ 15 นาทีโดยเฉลี่ย และยังทำงานได้แม้ในขณะออฟไลน์ เมื่อผู้ใช้ต้องการพัฒนาภาพ ไฟล์ดิจิทัลเนกาทีฟ (DNG) จะถูกอัปโหลดไปยังคลาวด์เพื่อตรวจสอบลายเซ็นของเซ็นเซอร์และโปรเซสเซอร์ความปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบช่วงเวลา และนำข้อมูลผ่านโครงข่ายประสาทเทียมเพื่อตรวจสอบลักษณะของภาพที่ถ่ายจากเซ็นเซอร์ของไอโฟน ก่อนจะแปลงเป็นภาพ JPEG พร้อมลายเซ็นดิจิทัล

สิ่งที่คุณควรรู้และข้อจำกัดในการใช้งาน

ฟีเจอร์ Reference Image จะไม่ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องเข้าไปเปิดใช้งานด้วยตนเองผ่านเมนูการตั้งค่ากล้อง และจะต้องใช้งานบน iPhone 18 Pro หรือ Pro Max ในภูมิภาคที่รองรับเท่านั้น ด้านความเป็นส่วนตัว เซิร์ฟเวอร์คลาวด์ได้รับการออกแบบมาให้เข้าถึงภาพที่ประมวลผลไม่ได้ แม้แต่ตัวแอปเปิลเอง และผู้ใช้ก็ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะเพื่อยืนยันความถูกต้องของภาพ

สิ่งที่ควรติดตามต่อ

อุปกรณ์รุ่นเก่าจะไม่ได้รับฟีเจอร์นี้เนื่องจากข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และกุญแจเข้ารหัสลับเฉพาะของเซ็นเซอร์ แต่ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง iOS 27, iPadOS 27 และ macOS 27 จะมีความสามารถในการเปิดดูภาพที่เป็น Reference Image ได้ โดยภาพเนกาทีฟดิจิทัลจะถูกเก็บไว้ในแอปพลิเคชัน Photos และจะถูกย้ายไปยังโฟลเดอร์ไฟล์ที่ถูกลบโดยอัตโนมัติภายใน 30 วันหากไม่มีการกู้คืน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

Meta เตรียมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ไร้กล้อง หวังแก้ปัญหาความเป็นส่วนตัว

Meta smart glasses without camera

Meta เตรียมส่งแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ไม่มีกล้องเข้าสู่ตลาด โดยมีแผนเริ่มจัดส่งโดยเร็วที่สุดในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ท่ามกลางข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นกับรุ่นปัจจุบัน

เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ชื่อ Luna ไร้กล้องแต่เน้นดีไซน์

Meta อาจเปิดตัวแว่นตารุ่นใหม่ในชื่อ Luna ที่งานประชุมนักพัฒนา Connect ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายน โดยรุ่นนี้จะมีให้เลือกสองสไตล์ ได้แก่ Clubmaster และ Burbank แม้จะไม่มีกล้องมาให้ แต่ตัวแว่นจะได้รับการออกแบบให้มีขาแว่นที่บางลง เพื่อให้ดูเหมือนแว่นตาธรรมดาทั่วไป

ระบบเสียงและการใช้งานร่วมกับ AI

แม้ไม่มีกล้องถ่ายภาพ แต่ Luna ยังคงมาพร้อมกับไมโครโฟนในตัวจำนวนหกตัว และลำโพงที่หันเข้าหาหูของผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสนทนากับ Meta AI ได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มด้านข้างสำหรับกดเพื่อใช้งาน Meta AI ได้อย่างรวดเร็ว

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ประเด็นความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของรุ่นปัจจุบัน

แว่นตาอัจฉริยะรุ่นก่อนหน้าของ Meta แม้จะขายดี แต่ก็เผชิญเสียงวิקורณ์อย่างหนักจากความกังวลว่าอุปกรณ์อาจถูกนำไปใช้แอบถ่ายและคุกคามผู้คน แม้บริษัทจะเคยมีฟีเจอร์ไฟ LED กระพริบขณะบันทึกภาพ และออกอัปเดตเพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ที่ผู้ใช้เคยปิดไฟ LED หรือบังแสงไฟระหว่างบันทึกได้แล้ว แต่ตัวแว่นก็ยังคงมีชื่อเสียงในด้านลบที่อาจทำให้ผู้ซื้อลังเล

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และสิ่งที่ต้องติดตาม

การพัฒนาแว่นตารุ่น Luna ที่ไม่มีกล้องนี้ ถือเป็นความพยายามของบริษัทในการดึงดูดลูกค้าที่ยังลังเลใจให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น โดยผู้สนใจต้องติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการในงานประชุมนักพัฒนาของ Meta ในช่วงเดือนกันยายนนี้ รวมถึงการเริ่มจัดส่งสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม

การเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นที่ไม่มีกล้องถ่ายภาพในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของ Meta ต่อเสียงวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัว และเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะโดยปราศจากความกังวลเรื่องการบันทึกภาพ

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Bluesky เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการเป็นไวรัลโดยไม่รู้ตัว

Bluesky app logo privacy setting smartphone

Bluesky เปิดตัวการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันไม่ให้โพสต์ถูกแนะนำในฟีด Discover สำหรับคนที่ไม่ใช้วิธีติดตาม เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นไวรัลโดยไม่ตั้งใจ

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Bluesky กำลังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าจะช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กังวลเรื่องการตกเป็นจุดสนใจหรือกลายเป็นประเด็นใหญ่โตบนโลกออนไลน์โดยไม่ตั้งตัว โดยทางแอปพลิเคชันได้เปิดตัวการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกบล็อกไม่ให้โพสต์ของตนเองปรากฏบนฟีด Discover ที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้กดติดตามบัญชีนั้น ๆ

เครื่องมือใหม่นี้ถูกจัดวางไว้ให้อยู่ภายในส่วนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชัน ซึ่งรูปแบบการทำงานจะเป็นการควบคุมในระดับบัญชีผู้ใช้งาน ไม่ใช่ตัวกรองสำหรับแยกเป็นรายโพสต์ ดังนั้น เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้แล้ว จะส่งผลให้โพสต์ทั้งหมดของคุณไม่ถูกนำไปแสดงในฟีด Discover แก่ผู้ใช้งานคนอื่นที่ยังไม่ได้เป็นผู้ติดตามของคุณ

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การทำงานของฟีเจอร์และการจำกัดความคุ้มครอง

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ใหม่นี้ไม่ได้ทำให้โพสต์ของคุณกลายเป็นบัญชีส่วนตัวหรือค้นหาไม่เจอเสียทีเดียว เนื่องจาก Bluesky แตกต่างจากแพลตฟอร์มอย่าง X และบริการอื่น ๆ ตรงที่ยังไม่มีระบบรองรับการใช้งานบัญชีแบบส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ผู้ใช้งานจะทำเครื่องหมายเลือกในช่องขอให้แอปซ่อนโพสต์จากการแนะนำด้วยอัลกอริทึมแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่โพสต์เหล่านั้นจะไปปรากฏในฟีดอื่น ๆ ที่คัดสรรด้วยอัลกอริทึม หรือผ่านบริการอื่นที่ใช้งาน AT Protocol ของแพลตฟอร์ม

เหตุผลเบื้องหลังการพัฒนาและทิศทางในอนาคต

ถึงแม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ฟีด Discover ของ Bluesky ก็ยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ผู้ใช้งานใช้ค้นหาโพสต์จากบัญชีที่ตนไม่ได้กดติดตาม ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงหากโพสต์เกิดเป็นไวรัลขึ้นมาโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้ตั้งใจ

การมีความสามารถในการจำกัดการมองเห็นในจุดนี้ จึงเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่กังวลว่าความคิดเห็นหรือโพสต์ของตนอาจถูกหยิบยกไปพูดถึงนอกบริบทเดิม แม้ว่าดูเหมือนว่า Bluesky อาจจะยังไม่รองรับบัญชีที่เป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ในเร็ว ๆ นี้ แต่ทางบริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ อัปเดตที่กำลังพัฒนา เพื่อมอบการควบคุมประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาคอมมิวนิตี้ที่เหมาะสมของตนเองได้ง่ายขึ้น

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบน Instagram เพื่อจำกัดการใช้ข้อมูลสำหรับโฆษณาและ AI

Instagram app privacy settings smartphone screen

แนะนำวิธีตั้งค่าบน Instagram เพื่อจำกัดการนำข้อมูลส่วนตัวและกิจกรรมนอกแพลตฟอร์มไปใช้ปรับแต่งโฆษณาและระบบ AI พร้อมวิธีจัดการการซิงค์รายชื่อและประวัติแชท

ผู้ใช้งาน Instagram สามารถปรับแต่งการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อควบคุมการนำข้อมูลและกิจกรรมไปใช้งานในด้านการปรับแต่งโฆษณา เนื้อหาในฟีด รวมถึงการตอบสนองของระบบ AI ได้ โดย Meta ได้เริ่มทยอยอัปเดตเครื่องมือควบคุมใหม่เพื่อให้ผู้ใช้จัดการข้อมูลเหล่านี้ได้รัดกุมยิ่งขึ้น

การจัดการดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้สามารถจำกัดขอบเขตการแชร์ข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์ม เพื่อไม่ให้พฤติกรรมการใช้งานภายนอกส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานภายในแอปพลิเคชันโดยรวม

ควบคุมกิจกรรมจากธุรกิจอื่น

Meta ได้เริ่มทยอยปล่อยเครื่องมือควบคุมที่เรียกว่า Activity from other businesses เข้ามาแทนที่ระบบเดิมอย่าง Your activity off Meta technologies เพื่อรวมศูนย์การตั้งค่าข้อมูลจากพาร์ทเนอร์โฆษณา เครื่องมือนี้ทำหน้าที่ตัดสินใจว่าธุรกิจต่างๆ จะสามารถนำข้อมูลที่ส่งให้ Meta ไปใช้ในการปรับแต่งโฆษณา คอนเทนต์ในฟีด และคำตอบจาก AI ได้หรือไม่

ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปปรับแต่งได้โดยเปิดแอปพลิเคชัน Instagram ไปที่หน้าโปรไฟล์ แตะเมนูขีดสามขีด เลือก Accounts Center และมองหาหัวข้อ Activity from other businesses แต่สำหรับบางบัญชีที่ยังไม่ได้รับอัปเดต อาจต้องเข้าไปที่ Ad preferences ตามด้วย Ad settings และ Activity information from ad partners จากนั้นเลือกตัวเลือกที่ป้องกันไม่ให้นำกิจกรรมเหล่านี้ไปใช้ในการปรับแต่ง

อย่างไรก็ตาม การตั้งค่านี้ไม่ได้หยุดยั้งธุรกิจจากการส่งข้อมูล หรือหยุด Meta จากการใช้กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน Instagram เอง เช่น บัญชีที่กดติดตาม โพสต์หรือรีลส์ที่มีปฏิสัมพันธ์ การค้นหา การคลิกโฆษณา รายละเอียดโปรไฟล์ หรือรายชื่อลูกค้าที่ผู้ลงโฆษณาอัปโหลดไว้ การตั้งค่านี้จึงเป็นการจำกัดไม่ให้กิจกรรมนอกแพลตฟอร์มเข้ามามีผลต่อประสบการณ์โฆษณา แทนที่จะเป็นการปิดกั้นการปรับแต่งโฆษณาโดยสิ้นเชิง

สำหรับผู้ใช้งานในภูมิภาคยุโรป Accounts Center จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมภายใต้ Ad experience ให้เลือกระหว่างโฆษณาแบบปรับแต่งตามความเหมาะสมหรือโฆษณาที่ปรับแต่งน้อยลง ซึ่งตัวเลือกหลังจะใช้สัญญาณข้อมูลน้อยกว่า แต่ทาง Meta ระบุว่ายังคงสามารถใช้รายละเอียดอย่างอายุ ตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลอุปกรณ์ ปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา และเนื้อหาบนหน้าจอในช่วงเซสชันนั้นได้

จำกัดการเข้าถึงของระบบปฏิบัติการมือถือ

บนอุปกรณ์ iPhone ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Settings เลือก Privacy & Security ตามด้วย Tracking แล้วทำการปิดสิทธิ์การเข้าถึงของ Instagram เครื่องมือ Ask App Not to Track ของ Apple จะช่วยบล็อกการติดตามข้ามแอปพลิเคชันและเว็บไซต์อื่นเพื่อการโฆษณา แต่จะไม่สามารถหยุด Instagram จากการบันทึกกิจกรรมภายในแอปของตนเองได้

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ส่วนผู้ใช้งานระบบ Android สามารถเข้าไปที่ Settings เลือก Apps ตามด้วย Instagram และ Permissions เพื่อตรวจสอบการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง รายชื่อผู้ติดต่อ รูปภาพและวิดีโอ กล้องถ่ายรูป รวมถึงไมโครโฟน จากนั้นให้ปฏิเสธสิทธิ์ที่ไม่จำเป็น การปิดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งจะช่วยลดแหล่งข้อมูลตรงได้หนึ่งจุด แต่ Meta อาจยังคงประเมินคร่าวๆ ว่าผู้ใช้อยู่ที่ไหนจาก IP ข้อมูลเครือข่าย สัญญาณอุปกรณ์ และกิจกรรมในบัญชี

ในส่วนของการซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อ จำเป็นต้องตรวจสอบแยกต่างหากโดยไปที่ Accounts Center เลือก Your information and permissions ตามด้วย Upload contacts เลือกบัญชี Instagram และปิดการเชื่อมต่อรายชื่อผู้ติดต่อบนทุกอุปกรณ์ ซึ่งจะช่วยหยุดการซิงค์ในอนาคตแต่จะไม่ลบรายชื่อที่เคยอัปโหลดไปแล้ว หากต้องการลบข้อมูลดังกล่าวให้ใช้ตัวเลือก Manage contacts ใน Accounts Center บนเว็บไซต์ Instagram.com ซึ่งทาง Meta ระบุว่ากระบวนการลบอาจใช้เวลาถึง 90 วัน

นอกจากนี้ Meta ยังใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างบัญชีต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Accounts Center เดียวกัน เพื่อปรับแต่งโฆษณาและแนะนำบัญชีให้ติดตาม การนำบัญชีออกจากการตั้งค่านี้จะทำให้บัญชีหลุดจาก Accounts Center นั้น แต่อาจส่งผลให้การเข้าสู่ระบบร่วมกันและฟีเจอร์ที่เชื่อมต่ออื่นๆ ใช้งานไม่ได้ โดยการนำออกนี้จะไม่เป็นการลบตัวบัญชีหรือข้อมูลที่มีอยู่เดิม

จัดการข้อมูลจากการสนทนากับ AI

Meta เริ่มนำปฏิสัมพันธ์กับฟีเจอร์ AI มาใช้เป็นสัญญาณในการปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ในเกือบทุกภูมิภาค เช่น บทสนทนาเกี่ยวกับการเดินป่าอาจนำไปสู่คำแนะนำเกี่ยวกับโพสต์หรือสินค้าเกี่ยวกับการเดินป่าในเวลาต่อมา แม้จะไม่มีการตั้งค่าแยกต่างหากที่อนุญาตให้ใช้งานแชท AI ต่อไปได้โดยไม่นำการสนทนาเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ แต่ผู้ใช้สามารถใช้คำสั่งล้างข้อมูลในแชท AI ของ Instagram ได้

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง /reset-ai เพื่อลบสำเนาการสนทนาของ AI ตัวนั้นรวมถึงรายละเอียดที่ถูกบันทึกไว้ หรือใช้คำสั่ง /reset-all-ais เพื่อรีเซ็ตแชท AI ทุกตัวในแอปพลิเคชันพร้อมกัน บทสนทนาที่มองเห็นได้จะยังคงอยู่จนกว่าจะถูกลบออกไปต่างหาก คำสั่งเหล่านี้จะช่วยล้างบริบทที่ถูกบันทึกไว้ แต่ไม่ได้เป็นการปฏิเสธการรับโฆษณา การเก็บข้อมูลทั่วไป หรือการฝึกโมเดลแต่อย่างใด

การฝึกโมเดล AI เป็นคนละส่วนกับการปรับแต่งโฆษณา โดย Meta ใช้โพสต์สาธารณะและความคิดเห็นจากบัญชีผู้ใหญ่ รวมถึงปฏิสัมพันธ์กับฟีเจอร์ AI เพื่อพัฒนาโมเดลGenerative AI ในภูมิภาคที่อาศัยประโยชน์โดยชอบธรรม ผู้ใช้งานในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรสามารถยื่นคัดค้านได้ผ่านทาง Privacy Center ของ Meta แต่สิทธิ์ดังกล่าวไม่ใช่การตั้งค่ามาตรฐานทั่วไปของ Instagram

ข้อควรระวังคือ ผู้ใช้งานไม่ควรใส่ชื่อ ที่อยู่ รายละเอียดทางการเงิน ข้อมูลทางการแพทย์ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ต้องการโพสต์เป็นสาธารณะลงในการสนทนากับ Meta AI ควรกดใช้คำสั่งรีเซ็ตหลังเสร็จสิ้นการสนทนาที่ไม่ต้องการให้ AI จดจำ และใช้แบบฟอร์มคัดค้านในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →