LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ไขข้อสงสัยวิธีล็อกแอปบนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy เลือกใช้เครื่องมืออย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

Samsung Galaxy phone app lock Secure Folder

ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่ต้องการล็อกแอปพลิเคชันเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น แอปธนาคาร อีเมล หรือป้องกันไม่ให้เด็กเผลอเข้าไปกดสั่งซื้อของหรือเข้าใช้งานในเมนูที่ไม่ต้องการ จะพบว่า Samsung ไม่มีปุ่มกดล็อกแอปแยกเดี่ยวแบบเรียบง่ายเหมือนทางฝั่ง iOS ที่ผู้ใช้สามารถกดค้างและเลือก Require Face ID ได้ทันที แต่ Samsung เลือกใช้แนวทางที่แตกต่างออกไปโดยแบ่งการทำงานออกเป็นสองฟีเจอร์หลัก ได้แก่ Secure Folder และ App Pinning ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่การทำงานแบบเดียวกันกับระบบของ Apple แต่ก็ช่วยครอบคลุมการใช้งานในรูปแบบที่ต่างกัน

การใช้งาน Secure Folder สำหรับข้อมูลที่ต้องการความปลอดภัยสูง

สำหรับผู้ที่ต้องการปกป้องข้อมูลสำคัญ เช่น แอปธนาคาร เครื่องมือรับส่งข้อความ หรือภาพถ่ายส่วนตัว Samsung ได้พัฒนา Secure Folder ขึ้นมาแทนที่ตัวเลือกการล็อกแอปแบบเดิม โดยระบบนี้สร้างพื้นที่แยกต่างหากและมีการเข้ารหัสบนแพลตฟอร์มความปลอดภัย Samsung Knox แอปที่ถูกย้ายเข้ามาในนี้จะทำงานเป็นสำเนาแยกอิสระ ข้อมูลและการเข้าสู่ระบบทั้งหมดจะถูกแยกออกจากส่วนอื่นของตัวเครื่อง

ขั้นตอนการตั้งค่า Secure Folder มีดังนี้:

  • ไปที่ Settings > Security and privacy > More security settings > Secure Folder
  • ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Samsung Account
  • เลือกรูปแบบการล็อก เช่น PIN, รหัสผ่าน, รูปแบบ (pattern) หรือการสแกนไบโอเมตริกซ์
  • เลือกความต้องการว่าแอปยังคงทำงานในพื้นหลังเมื่อปิด Secure Folder หรือไม่
  • แตะไอคอนบวก (+) ด้านใน Secure Folder เพื่อเลือกแอปที่ต้องการเพิ่ม

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถซ่อนไอคอน Secure Folder จากหน้าจอหลักได้จากแผงด่วน (quick panel) เพื่อเพิ่มความแยบยล แต่อย่าลืมว่าแอปข้างในจะไม่ทำงานในพื้นหลังหรือสร้างการแจ้งเตือนเมื่อซ่อนโฟลเดอร์ไว้

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การใช้ App Pinning สำหรับการจำกัดการใช้งานชั่วคราว

ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นต้องเข้ารหัสเต็มรูปแบบ เช่น การให้เด็กยืมเล่นเกมเดียวโดยไม่ต้องการให้หลุดเข้าไปใน Play Store เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่น Samsung มีฟีเจอร์ App Pinning เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจำกัดการใช้งานแบบรวดเร็ว

วิธีเปิดใช้งานและใช้งาน App Pinning:

  • ไปที่ Settings > Security and privacy > More security settings แล้วเปิดใช้งาน Allow apps to be pinned
  • แตะปุ่ม Recents (แถบแนวตั้งสามขีดที่ด้านล่างจอ) หรือปัดขึ้นจากด้านล่างแล้วค้างไว้หากใช้ท่าทางปัด
  • แตะไอคอนที่อยู่เหนือแอปที่ต้องการปักหมุด แล้วเลือก Pin this app หรือ Pin to screen
  • การปลดหมุดแอปทำได้โดยกดปุ่ม Recents และ Back พร้อมกัน

การปักหมุดนี้ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล จึงไม่เหมาะกับแอปทางการเงินหรือแอปส่วนตัว แต่ทำหน้าที่เป็นการล็อกหน้าจอชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว โดยวิธีนี้ใช้งานได้ดีที่สุดกับเด็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เนื่องจากจะมีคำแนะนำบนหน้าจอปรากฏขึ้นเมื่อแตะปุ่มด้านล่าง

ข้อจำกัดและสิ่งที่ผู้ใช้ควรพิจารณา

การเลือกใช้งานเครื่องมือทั้งสองรูปแบบบนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy มีข้อแลกเปลี่ยนที่ผู้ใช้ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของการใช้งาน Secure Folder มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบเข้ารหัสจาก Knox แต่ต้องแลกมาด้วยขั้นตอนการตั้งค่าที่มากกว่า ในขณะที่ App Pinning ตั้งค่าได้ง่ายและรวดเร็วกว่ามาก แต่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลใด ๆ จึงเหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การจำกัดขอบเขตการเล่นเกมของเด็กเล็กเท่านั้น

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เจาะลึกฟีเจอร์เด่นบน Samsung Galaxy หลังอัปเดต One UI 9 ปรับแต่ง Quick Panel และอัปเกรดสแกนเอกสาร

Samsung Galaxy One UI 9 features quick panel

ซัมซุงปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ One UI 9 สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy โดยมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและฟีเจอร์ใหม่หลายด้าน ตั้งแต่การปรับแต่งแถบการตั้งค่าด่วน การอัปเกรดระบบสแกนเอกสารในแอปพลิเคชันกล้อง ไปจนถึงความสามารถของ Now Brief และการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยบนหน้าจอล็อก

การปรับแต่ง Quick Panel และตัวเลื่อนระดับเสียงความสว่าง

หลังจากที่ซัมซุงเคยปรับโครงสร้างอินเทอร์เฟซครั้งใหญ่ในการแยกแถบการตั้งค่าด่วนและแถบการแจ้งเตือนออกจากกัน ในเวอร์ชัน One UI 9 ผู้ใช้จะได้รับความยืดหยุ่นในการควบคุมแถบตัวเลื่อนระดับเสียงและความสว่างมากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถถอดปุ่มทางลัดการปิดเสียงเรียกเข้าและปุ่มสลับโหมดมืดที่เคยติดอยู่กับปลายของตัวเลื่อนออกได้ ทำให้ตัวเลื่อนทั้งสองทำงานได้แบบอิสระ นอกจากนี้ ตัวเลื่อนและแผ่นกระเบื้อง (tiles) ยังถูกปรับให้มีความมินิมอลมากขึ้นโดยไม่มีกรอบล้อมรอบ และวิดเจ็ตเครื่องเล่นเพลงใน Quick Panel จะแสดงคลื่นเสียงขนาดเล็กบนแถบความคืบหน้าที่ตรงกับภาพปกอัลบั้มปัจจุบัน

ยกระดับเครื่องมือสแกนเอกสารในแอปกล้อง

ฟีเจอร์การสแกนเอกสารดั้งเดิมภายในแอปพลิเคชันกล้องของ One UI ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ใน One UI 9 เพื่อแก้ปัญหาการสแกนพื้นผิวโค้ง เช่น หน้าหนังสือหรือเอกสารที่ไม่ได้วางราบสนิท รวมถึงเอกสารที่มีรอยพับที่มุม โดยตัวสแกนจะทำการชดเชยความโค้งและรอยพับโดยอัตโนมัติ ทำให้ผลลัพธ์การสแกนออกมาดูแบนราบเหมือนภาพเรนเดอร์ิจิทัล นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือยางลบลายนิ้วมือที่ช่วยลบนิ้วหัวแม่มือออกจากรูปถ่ายเอกสารอัตโนมัติ พร้อมทั้งความสามารถในการจัดการกับแสงสะท้อนและสัญญาณรบกวน (moire) รวมถึงมีทางลัดบนหน้าจอหลักเพื่อให้ผู้ใช้เรียกใช้งานเครื่องมือสแกนได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าไปในแอปพลิเคชันกล้อง

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

Now Brief บน Now Bar ที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ

การแสดงผล Now Brief บนแถบ Now Bar ของหน้าจอล็อก ซึ่งเคยเปิดตัวครั้งแรกใน One UI 7 ร่วมกับซีรีส์ Galaxy S25 ได้รับการปรับปรุงใหม่ใน One UI 9 โดยซัมซุงเปิดให้ผู้ใช้สามารถสร้างการ์ดข้อมูลแบบกำหนดเองได้ แทนการพึ่งพาระบบอัตโนมัติแบบเดิม ผู้ใช้สามารถเลือกรับข้อมูลอัปเดตตามเวลาที่กำหนดจากแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Samsung Health, Samsung Weather และ YouTube เช่น การตั้งค่าให้ Samsung Health แจ้งยอดจำนวนก้าวและแคลอรีที่เผาผลาญในแต่ละวันตอนเวลา 21:00 น. อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้มีข้อจำกัดด้านจำนวนครั้งต่อวันในการสร้างหรือแก้ไขการ์ด และการ์ดที่สร้างขึ้นจะแสดงผลเพียงหนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้น

แจ้งเตือน Security Brief แบบเรียลไทม์

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่บน Now Bar ที่เพิ่มเข้ามาใน One UI 9 คือการแจ้งเตือน Security Brief เมื่อผู้ใช้งานเปิดใช้งานสวิตช์ "ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว" ในการตั้งค่า Now Brief ระบบจะแสดงการแจ้งเตือนบน Now Bar ทันทีทุกครั้งที่อุปกรณ์ตรวจพบแอปพลิเคชันที่อาจเป็นมัลแวร์หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับมือกับภัยคุกคามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัดในการใช้งาน

แม้ One UI 9 จะมอบความสามารถใหม่ๆ ในการปรับแต่งและการทำงานของระบบ แต่ผู้ใช้ควรพิจารณาข้อจำกัดบางประการ เช่น การสร้างการ์ด Now Brief มีการจำกัดจำนวนครั้งต่อวัน และต้องมีการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวนอกอุปกรณ์ นอกจากนี้ ในการทดสอบการใช้งานจริงพบว่าตัวสแกนเอกสารยังคงมีข้อจำกัดในการจัดการกับเลย์เอาต์หนังสือสองหน้าแบบเต็มหน้า ถึงแม้จะสามารถลบนิ้วมือและรอยพับที่มุมได้ดีก็ตาม

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เจาะลึกฟีเจอร์ปรับแต่งหน้าจอและ Quick Panel บน Samsung Galaxy ด้วย One UI 9

Samsung Galaxy One UI 9 customization interface

ผู้ใช้โทรศัพท์ Samsung Galaxy จำนวนมากทั่วโลกเริ่มใช้งานอัปเดต One UI 9 กันแล้ว โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์และเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การปรับแต่งหน้าจอและอินเทอร์เฟซมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม แม้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งหมดของระบบแบบพลิกโฉม แต่การปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อยผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ก็ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรูปลักษณ์ของอุปกรณ์ได้ตามความต้องการ

การปรับแต่งหน้าจอหลักผ่าน Good Lock และ Home Up

การเข้าถึงฟีเจอร์ปรับแต่งเชิงลึกใน One UI 9 จำเป็นต้องใช้งานผ่านชุดเครื่องมืออย่างเป็นทางการอย่าง Good Lock และแอปพลิเคชัน Home Up ที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งช่วยปลดล็อกลูกเล่นใหม่ ๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ โดยเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Favorites Background ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ในส่วน Home Screen ของแอปพลิเคชัน Home Up ผู้ใช้สามารถเข้าไปปรับแต่งการใส่เอฟเฟกต์เบลอและเงา เปลี่ยนแปลงรูปภาพ สีสัน รวมถึงปรับเปลี่ยนหน้าตาของพื้นหลังในส่วน Favorites ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่คล้ายคลึงกันสำหรับการปรับแต่ง Edge Panel ผ่านเมนู Edge Panel ใน Home Up เช่นเดียวกัน

ควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยท่าทางหลายนิ้ว

ระบบการควบคุมผ่านท่าทางหรือ Gesture ใน One UI 9 ได้เพิ่มตัวเลือกการใช้งานที่ละเอียดขึ้น ตั้งแต่ช่วงที่มีการปล่อยเวอร์ชันเบต้า ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าการปัดหรือจีบหน้าจอด้วยจำนวนนิ้วที่กำหนด ตั้งแต่สอง, สาม, สี่ ไปจนถึงห้านิ้ว ให้เข้ากับคำสั่งการใช้งานต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น การกำหนดให้การปัดลงด้วยสองนิ้วเป็นการบันทึกภาพหน้าจอ (screenshot) หรือเพิ่มระดับเสียง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าท่าทางสัมผัสได้อย่างละเอียดตามความต้องการเฉพาะตัว

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การปรับแต่ง Quick Panel รูปแบบใหม่

นอกเหนือจากหน้าจอหลักแล้ว One UI 9 ยังปรับปรุงการตั้งค่าใน Quick Panel ให้ผู้ใช้สามารถจัดการแผงควบคุมได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยสามารถแตะไอคอนแก้ไขเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งขององค์ประกอบต่าง ๆ ด้วยการลากวาง การปรับขนาดมุมขวาของแต่ละองค์ประกอบ หรือแม้กระทั่งการลบออก นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มปุ่มลัดที่เคยถูกลบไปแล้วกลับมาวางในตำแหน่งที่ต้องการผ่านตัวเลือกเพิ่มการควบคุม (Add a control) รวมถึงการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลจากการแยกหน้าจอให้มารวมกันเป็นแผงเดียวได้ผ่านเมนู Panel Settings > Together โดยไม่มีการจำกัดขนาด ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับขนาดแต่ละองค์ประกอบใน Quick Panel ได้ตามใจชอบ

สิ่งที่ผู้ใช้ควรทราบและข้อจำกัดในการอัปเดต

การใช้งานฟีเจอร์ปรับแต่งเหล่านี้จำเป็นต้องตรวจสอบว่าโทรศัพท์ Samsung Galaxy ของผู้ใช้ได้รับการอัปเดตเป็น One UI 9 แล้วหรือไม่ รวมถึงต้องมีการติดตั้งแอปพลิเคชัน Good Lock และ Home Up เพื่อใช้งานฟีเจอร์เสริมอย่าง Favorites Background และการตั้งค่าท่าทางสัมผัสหลายนิ้ว นอกจากนี้ ฟีเจอร์ใหม่อย่าง My Fancam ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้กลายเป็นตัวละครหลักในวิดีโอก็เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ถูกเพิ่มเข้ามาในอัปเดตนี้เช่นกัน แม้ว่าการปรับแต่ง Quick Panel จะมีความยืดหยุ่นสูงขึ้นและยกเลิกข้อจำกัดด้านขนาดแล้ว แต่ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจกับเครื่องมือและเมนูใหม่ ๆ ผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับเพื่อใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

คู่มือเตรียมความพร้อมสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ก่อนอัปเดตระบบปฏิบัติการ One UI 9

Samsung Galaxy One UI 9 update smartphone

ซัมซุงเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการ One UI 9 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Android 17 ให้กับผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ Galaxy แล้วตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2026 โดยมีการกระจายตัวไปยังภูมิภาคและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้ที่อยู่ในภูมิภาคและมีอุปกรณ์ที่ตรงตามเงื่อนไขสามารถตรวจสอบและดาวน์โหลดการอัปเดตได้ หากอุปกรณ์พร้อมใช้งาน

รุ่นอุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดต

การอัปเดต One UI 9 ตัวเต็มกำหนดไว้สำหรับโทรศัพท์มือถือในตระกูล S23 ซีรีส์เป็นอย่างน้อย รวมถึงรุ่น Z Flip และ Z Fold ที่ไม่เก่าไปกว่ารุ่น 5 สำหรับการปล่อยอัปเดตตัวเต็มเริ่มต้นขึ้นแล้วใน S26 ซีรีส์ และอาจต้องใช้เวลาในการกระจายไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบนิเวศทั้งหมด

วิธีตรวจสอบการอัปเดตและการติดตั้ง

ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบว่ามีอัปเดตพร้อมใช้งานหรือไม่ ผ่านการเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า ตามด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ และเลือกตรวจสอบการอัปเดต นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดาวน์โหลดและติดตั้งเพื่อตั้งเวลาให้อุปกรณ์ดาวน์โหลดการอัปเดตโดยอัตโนมัติในภายหลัง เช่น ในช่วงเวลาที่อุปกรณ์กำลังชาร์จแบตเตอรี่อยู่

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

สิ่งที่ผู้ใช้ควรเตรียมตัวก่อนอัปเดต

ก่อนทำการอัปเดตระบบ ผู้ใช้งานควรเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยมีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้:

  • การอัปเดตจะใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลประมาณ 4GB ผู้ใช้จึงควรเคลียร์พื้นที่ว่างในเครื่องให้เกินกว่าจำนวนดังกล่าว
  • ตรวจสอบระดับพลังงานแบตเตอรี่ให้มีปริมาณเพียงพอก่อนเริ่มกระบวนการอัปเดต
  • หากตั้งเวลาอัปเดต ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโทรศัพท์มีแบตเตอรี่เพียงพอและเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ในช่วงเวลานั้น
  • สำรองข้อมูลไฟล์ที่สำคัญเก็บไว้ทางกายภาพหรือบนคลาวด์ เพื่อป้องกันความกังวลหากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการอัปเดต

สถานะการปล่อยอัปเดตเวอร์ชันเบต้า

นอกเหนือจากเวอร์ชันเสถียรแล้ว ซัมซุงยังคงปล่อยอัปเดตเวอร์ชันเบต้าเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์รุ่นเก่าด้วย โดยเบต้าตัวที่สองได้ปล่อยให้แก่ผู้ใช้งาน Galaxy A55 และ A35 รวมถึง S24 ซีรีส์แล้ว สำหรับรุ่น A ซีรีส์ทั้งสองรุ่นเริ่มต้นปล่อยในเกาหลีใต้ โดย A55 มีขนาดอัปเดตประมาณ 403.66MB ขณะที่ A35 ต้องเตรียมพื้นที่ประมาณ 500MB ส่วน S24 ซีรีส์ในอินเดียได้รับอัปเดตเบต้าตัวที่สองขนาด 600.90MB ซึ่งผู้ใช้งานกลุ่มนี้ต้องลงทะเบียนในโปรแกรมเบต้าของ One UI 9 และปฏิบัติตามข้อควรระวังเช่นเดียวกัน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

เผยวิธีจัดการและยืดอายุแบตเตอรี่ Samsung Galaxy ช่วยประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

Samsung Galaxy smartphone battery settings display

ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy สามารถเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้ด้วยการปรับแต่งค่าการแสดงผล การเชื่อมต่อ และการจัดการระบบภายใน โดยไม่ต้องพึ่งพาการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในชีวิตประจำวัน

การปรับแต่งหน้าจอเพื่อประหยัดพลังงาน

หน้าจอมักเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อตั้งค่าความสว่างไว้สูงเกินความจำเป็น ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ Adaptive Brightness ในเมนู Settings > Display เพื่อให้ระบบปรับความสว่างตามสภาพแสงรอบตัวโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังควรตั้งค่าหน้าจอให้ดับเร็วขึ้น (Screen timeout) รวมถึงการปรับโปรไฟล์ประสิทธิภาพจาก Standard เป็น Light ในเมนู Settings > Device Care ใต้ส่วน Performance ซึ่งจะช่วยเน้นเรื่องแบตเตอรี่มากกว่าความเร็วในการประมวลผล แต่ฟีเจอร์นี้จะไม่ส่งผลกับการเล่นเกม

การลดภาระจากอัตราการรีเฟรชและระบบเชื่อมต่อ

สำหรับรุ่นที่รองรับ ผู้ใช้สามารถปรับลดอัตราการรีเฟรชหน้าจอจาก 120Hz ลงเหลือ 60Hz ได้ที่ Settings > Display > Motion smoothness ซึ่งช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มาก แต่อาจทำให้การเลื่อนหน้าจอและการแสดงผลแอนิเมชันมีความลื่นไหลน้อยลง ขณะเดียวกัน การเปิดการเชื่อมต่อทิ้งไว้ในเบื้องหลัง เช่น Bluetooth, Wi-Fi และบริการระบุตำแหน่ง (Location services) ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้พลังงานหมดลงอย่างเงียบ ๆ ผู้ใช้จึงควรปิดการใช้งานเมื่อไม่ได้ใช้งานผ่านทางไอคอนทางลัด

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่

หากการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ ผู้ใช้ควรตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Members โดยไปที่ Support เลือก Phone diagnostics และกด Get started จากนั้นเลือก Battery status ผลลัพธ์จะแสดงเป็น Normal, Weak หรือ Bad หากผลลัพธ์ระบุว่า Weak หรือ Bad หมายความว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเกินกว่าจะแก้ไขด้วยการปรับตั้งค่า และควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งบางกรณีอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัด

การปรับลดอัตราการรีเฟรชหน้าจอลงเหลือ 60Hz จะส่งผลให้การใช้งานทั่วไปอย่างการเลื่อนหน้าจอรู้สึกสะดุดขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของโปรไฟล์ประสิทธิภาพแบบ Light จะไม่ทำงานกับการเล่นเกม และหากผลการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Members แสดงสถานะว่า Weak หรือ Bad การปรับแต่งซอฟต์แวร์หรือตั้งค่าใด ๆ จะไม่สามารถแก้ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมได้อีกต่อไป จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เท่านั้น

การดูแลรักษาแบตเตอรี่ Samsung Galaxy ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นสามารถทำได้ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ การจัดการแอปพลิเคชันเบื้องหลัง การปรับตั้งค่าหน้าจอ และการปิดระบบเชื่อมต่อที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มชั่วโมงการใช้งานให้กลับคืนมาโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

ไขข้อสงสัยสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมบนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy บ่งบอกอะไรบ้าง

Samsung Galaxy phone screen icon triangle symbol

ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy อาจเคยสังเกตเห็นสัญลักษณ์รูปทรงสามเหลี่ยมปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ซึ่งสัญลักษณ์ในลักษณะนี้สามารถสื่อความหมายได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับลักษณะของไอคอนที่แสดงผล โดยในเบื้องต้นถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแจ้งสถานะการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องให้ผู้ใช้งานได้รับทราบ

ความหมายของสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมแบบต่างๆ

สัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมที่ปรากฏบนหน้าจอ Samsung Galaxy สามารถจำแนกออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีความหมายและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • สัญลักษณ์สามเหลี่ยมแบบขาดตอนที่มีลูกศรชี้ขึ้นและลง: แสดงว่าฟังก์ชัน Data Saver หรือโหมดประหยัดข้อมูลกำลังเปิดใช้งานอยู่
  • สัญลักษณ์สามเหลี่ยมทึบสีเข้มที่มีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ตรงกลาง: เป็นสัญญาณเตือนข้อผิดพลาด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการชาร์จไฟหรือความผิดพลาดทางซอฟต์แวร์
  • สัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมแบบปกติ: บ่งบอกว่ามีการเปิดใช้งานระบบเซลลูลาร์โรมมิ่ง

อย่างไรก็ตาม รูปแบบของไอคอนบางประเภทอาจมีความแตกต่างกันออกไปบ้างตามรุ่นของโทรศัพท์และผู้ให้บริการเครือข่าย

การทำงานและผลกระทบของโหมด Data Saver

สำหรับโหมด Data Saver บนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ปกติแล้วจะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปเปิดหรือปิดการใช้งานได้ผ่านเมนูการตั้งค่าในส่วนของการเชื่อมต่อและการใช้งานข้อมูล (Settings > Connections > Data usage) โหมดนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยจัดการปริมาณการใช้ข้อมูลมือถือของผู้ใช้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

เมื่อเปิดใช้งาน Data Saver แอปพลิเคชันต่างๆ จะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเบื้องหลังได้ ยกเว้นแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งานอยู่เบื้องหน้าในขณะนั้นเท่านั้น ทันทีที่ผู้ใช้เปิดแอปพลิเคชันอื่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของแอปก่อนหน้าจะหยุดลงทันที ส่งผลให้กระบวนการทำงานในเบื้องหลัง เช่น การอัปโหลดวิดีโอ ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ นอกจากนี้การจำกัดการเชื่อมต่อเบื้องหลังยังมีส่วนช่วยในการรักษาระดับพลังงานแบตเตอรี่ของตัวเครื่องอีกด้วย

ข้อจำกัดในการใช้งานที่ควรพิจารณา

แม้ว่าโหมดประหยัดข้อมูลจะมีประโยชน์อย่างมากในช่วงที่ปริมาณแบนด์วิดท์รายเดือนใกล้หมด หรือในระหว่างการเดินทางเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายจากการโรมมิ่ง แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องตระหนักถึงข้อจำกัดที่จะตามมา เนื่องจากแอปพลิเคชันเบื้องหลังจะไม่สามารถดำเนินการดังต่อไปนี้ได้:

  • ดาวน์โหลดอัปเดต
  • ซิงก์ข้อมูล
  • ดึงเนื้อหาใหม่
  • รับการแจ้งเตือนและการเตือนภัย

วิธีอนุญาตให้บางแอปพลิเคชันทำงานได้ตามปกติ

ผู้ใช้งานสามารถแก้ปัญหาข้อจำกัดดังกล่าวได้ด้วยการกำหนดสิทธิ์ให้บางแอปพลิเคชันยังคงสามารถทำงานในเบื้องหลังได้ตามปกติแม้จะเปิดโหมด Data Saver อยู่ โดยเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าการเชื่อมต่อและการใช้งานข้อมูล จากนั้นเลือกตัวเลือกอนุญาตให้ใช้ข้อมูลขณะเปิด Data Saver (Allowed to use data while Data Saver is on) ซึ่งชื่อเมนูอาจมีความแตกต่างกันไปตามรุ่นและเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ จากนั้นเลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการให้ทำงานต่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแอปพลิเคชันสำหรับติดต่อสื่อสาร หรือแอปพลิเคชันอื่นใดก็ตามที่มีรายชื่อปรากฏอยู่

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

เจาะลึกวิธีปรับแต่งปุ่ม Side Button บนมือถือ Samsung Galaxy ให้ใช้งานได้ดั่งใจ

Samsung Galaxy phone side button settings

ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy สามารถปรับแต่งการทำงานของปุ่ม Side Button หรือปุ่มด้านข้างเครื่องเพื่อเรียกใช้งานแอปพลิเคชันหรือฟังก์ชันโปรดได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องใช้เมนูหรือโค้ดลับใด ๆ เนื่องจากซัมซุงได้รวมปุ่มเปิดปิดเครื่องเข้ากับปุ่มควบคุมอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่ซีรีส์ Note 10 เป็นต้นมา หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเคยแยกปุ่ม Bixby ออกมาในสมาร์ทโฟนรุ่น S8 ถึง S10

วิธีกำหนดค่าปุ่ม Side Button

การตั้งค่าการทำงานของปุ่มด้านข้างสามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings ไปยัง Advanced features และเลือก Side button ภายในส่วนนี้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนการทำงานของการกดสองครั้งให้เปิดใช้งานแอปหรือฟังก์ชันที่เลือกไว้ เช่น กล้องถ่ายรูป, ไฟฉาย, แว่นขยาย, เครื่องบันทึกเสียง, Samsung Notes, Modes and Routines, Samsung Capture หรือแอปพลิเคชันอื่น ๆ ตามที่ต้องการ

ตัวเลือกสำหรับการกดค้าง

สำหรับการตั้งค่าเมื่อกดปุ่มด้านข้างค้างไว้ ระบบจะมีข้อจำกัดให้เลือกใช้งานได้เฉพาะแอปพลิเคชันผู้ช่วยอัจฉริยะ ได้แก่ Bixby, Google Gemini รวมถึง AI ตัวอื่นอย่าง ChatGPT และ Claude หรือผู้ใช้สามารถเลือกตั้งค่าให้ปุ่มนี้เรียกเมนูปิดเครื่องขึ้นมาแทนได้เช่นกัน

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ข้อจำกัดในรุ่นที่มีปุ่ม Bixby แยกเฉพาะ

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นเก่าที่มีปุ่ม Bixby แยกออกมาต่างหากอย่างตระกูล Galaxy S10, S9, S8 รวมถึง Note 8 และ Note 9 การกดปุ่มค้างไว้จะเป็นการเปิด Bixby Voice เสมอ และถึงแม้จะสามารถปรับแต่งการกดสองครั้งหรือกดครั้งเดียวได้ แต่จะไม่สามารถปรับแต่งพร้อมกันทั้งหมดได้ เนื่องจากต้องมีฟังก์ชันหนึ่งที่ถูกกำหนดให้เปิด Bixby Home

แนวทางการใช้งานร่วมกับ Modes and Routines

ผู้ใช้สามารถเพิ่มประโยชน์ให้ปุ่ม Side Button ได้มากขึ้นด้วยการใช้งานร่วมกับ Modes and Routines เช่น การตั้งค่าให้ปุ่มนี้เปิด Driving Mode เมื่อต้องขับรถ ซึ่งโหมดดังกล่าวจะช่วยเปิดใช้งานการโทรแบบไม่ต้องจับมือถือ, เปิดแผนที่, อ่านข้อความออกเสียง และตอบกลับข้อความอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าให้ปุ่มเปิดเครื่องบันทึกเสียงด้วยการกดสองครั้งเพื่อบันทึกความคิดหรือการประชุมได้อย่างรวดเร็วทันใจ

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อควรระวัง

ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนหน้าจอพับอย่าง Galaxy Z Flip ควรทราบว่าการทำงานของปุ่ม Side Button อาจมีความเปลี่ยนแปลงไปตามสถานะของเครื่องว่าพับอยู่หรือกางออก นอกจากนี้สำหรับรุ่นที่มีปุ่ม Bixby แยกต่างหาก การตั้งค่าจะถูกจำกัดเงื่อนไขบางประการไว้ตามที่ระบบกำหนด

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →