Ember Mug 3 แก้วอัจฉริยะรุ่นใหม่กับปัญหาแบตเตอรี่และรสชาติกาแฟที่เปลี่ยนไป

Ember เปิดตัวแก้วอัจฉริยะรุ่นล่าสุด Ember Mug 3 ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการดื่มเครื่องดื่มร้อนเป็นเวลานาน แต่จากการทดลองใช้งานจริงพบว่าแก้วรุ่นนี้มีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่น่ากังวล ทั้งในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ปัญหาจากแอปพลิเคชัน และผลกระทบต่อรสชาติของกาแฟ
ดีไซน์ น้ำหนัก และการชาร์จไฟ
Ember Mug 3 มีความจุ 14 ออนซ์ โดยตัวแก้วมีน้ำหนักมากกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากต้องบรรจุคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและขดลวดความร้อนไว้ที่ฐาน ทำให้มีน้ำหนักคล้ายกระติกน้ำขนาด 24 ออนซ์ ตัวแก้วให้ความรู้สึกแข็งแรง ผิวสัมผัสนุ่มมือ และสามารถล้างทำความสะอาดในเครื่องล้างจานได้ในชั้นวางด้านบน ด้านการชาร์จไฟมาพร้อมถาดรองแก้วที่เป็นแท่นชาร์จแบบสองพิน (pogo charger) ซึ่งผู้ใช้ต้องระวังไม่ให้มีของเหลวหกใส่
ปัญหาแบตเตอรี่และการใช้งานแอป
ในการทดลองตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 145 องศาฟาเรนไฮต์ และมีแบตเตอรี่เหลือราว 30 เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าแบตเตอรี่หมดภายในเวลาไม่ถึงสอง小时 และความเร็วในการชาร์จจากแท่นชาร์จไม่สามารถประคับประคองการใช้งานได้ทัน นอกจากนี้ ฝาปิดของแก้วไม่ได้มีแบตเตอรี่เสริมแต่อย่างใด แต่ช่วยรักษาอุณหภูมิด้วยการกักเก็บความร้อนตามหลักอุณหพลศาสตร์
ทางด้านแอปพลิเคชันคู่กับตัวแก้ว ผู้ทดสอบพบปัญหาหลายอย่าง เช่น การตั้งค่าอุณหภูมิหรือการปิดเครื่องผ่านแอปไม่ตอบสนองทันที ต้องทำการเชื่อมต่อบลูทูธใหม่ประมาณครึ่งหนึ่งของการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือระบบ Android และปุ่มกดใต้ฐานแก้วที่ใช้สลับอุณหภูมิก็มีความเสี่ยงในการใช้งานเมื่อแก้วมีของเหลวเต็ม
ผลกระทบต่อรสชาติของเครื่องดื่ม
ความร้อนจากแก้วส่งผลต่อโมเลกุลและรสชาติของเครื่องดื่ม โดยกาแฟดริปแบบเทมือเมล็ดคั่วกลางพันธุ์โคลอมเบีย เมื่อรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 140 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง พบว่าสูญเสียกลิ่นโน้ตผลไม้และมีรสชาติขมจากการสกัดเกินพอดี เมื่อลดอุณหภูมิลงมา130 และ 120 องศาฟาเรนไฮต์ รสชาติจึงดีขึ้น ขณะที่เครื่องดื่มประเภทลาเต้ ชาดำ และชาสมุนไพร ไม่ค่อยได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะชาสมุนไพรที่ความร้อนคงที่ช่วยให้รสชาติดีขึ้นตามเวลา
สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และราคาจำหน่าย
Ember Mug 3 วางจำหน่ายในราคา 150 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2017 ในราคา 80 ดอลลาร์ สำหรับผู้ที่สนใจทางเลือกอื่นในตลาด มีตัวเลือกอย่าง Ohm Ui Inkstone ซึ่งมีดีไซน์ใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่าประมาณ 40 ดอลลาร์ หรืออาจรอดูช่วงลดราคาในเทศกาลอย่าง Black Friday ตามที่เคยเกิดขึ้นกับรุ่นก่อนหน้า
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: แก้วอัจฉริยะ, เทคโนโลยี, รีวิว, Ember Mug 3, Gadget


