สัญญาณเตือนภัยและวิธีตรวจสอบว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนเร้าเตอร์อินเทอร์เน็ตที่บ้านหรือยัง

เร้าเตอร์อินเทอร์เน็ตมักเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานมองข้ามและไม่ค่อยคิดจะอัปเกรดบ่อยเหมือนสมาร์ตโฟนหรือแล็ปท็อป โดยส่วนใหญ่จะใช้งานเร้าเตอร์ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) จัดหาให้ และจะเริ่มนึกถึงการเปลี่ยนใหม่ก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาในการใช้งาน เช่น การประชุมวิดีโอหลุดหรือการดาวน์โหลดไฟล์ช้า แต่ความจริงแล้วยังมีสัญญาณเตือนและปัจจัยด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่าอุปกรณ์ตัวเก่งของคุณอาจถึงเวลาต้องปลดระاعدแล้ว
ปัญหาการอัปเดตความปลอดภัยและสถานะ EOL
อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกชิ้นควรได้รับอัปเดตด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะเร้าเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์ก หากเร้าเตอร์หมดอายุการใช้งาน (EOL) และหยุดได้รับการสนับสนุนด้านเฟิร์มแวร์ ช่องโหว่ใหม่ ๆ ที่ถูกค้นพบจะไม่ได้รับการแก้ไข ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ไม่สามารถแพตช์ได้ แม้จะยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ปกติก็ตาม ผู้ใช้ที่ซื้อเร้าเตอร์มาติดตั้งเองสามารถตรวจสอบหมายเลขรุ่นและเลขระบุรุ่นฮาร์ดแวร์บนฉลากอุปกรณ์ แล้วค้นหาบนเว็บไซต์ของผู้ผลิต เช่น ASUS ที่มีรายการผลิตภัณฑ์ที่สิ้นสุดอายุการใช้งาน (EOL) หรือตรวจสอบการอัปเดตเฟิร์มแวร์ล่าสุดผ่านหน้าการตั้งค่าระบบหรือแอปพลิเคชันของเร้าเตอร์
อาการขัดข้อง สัญญาณหลุด และความเร็วที่ลดลง
อาการผิดปกติของเร้าเตอร์สามารถสังเกตได้จากอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อสัญญาณได้ดี อยู่ ๆ ก็หลุดการเชื่อมต่อแบบสุ่ม หรือเร้าเตอร์หยุดส่งสัญญาณและค้างจนต้องรีบูตเครื่องด้วยการปิดเปิดใหม่ ก่อนจะลุกลามจนเปิดไม่ติดในที่สุด อย่างไรก็ตาม ปัญหาการหลุดอาจเกิดจากสัญญาณรบกวนหรืออุปกรณ์ตัวอื่นได้ สำหรับปัญหาความเร็ว สามารถตรวจสอบได้โดยนำสาย Ethernet มาเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับเร้าเตอร์เพื่อรันการทดสอบความเร็ว หากการเชื่อมต่อผ่านสายมีความเสถียรแต่การใช้งาน Wi-Fi ยังคงช้า แสดงว่าปัญหาอยู่ที่การเชื่อมต่อไร้สาย นอกจากนี้ ตำแหน่งการวางเร้าเตอร์ใกล้ผนังขนาดใหญ่หรือสิ่งกีดขวางก็ส่งผลต่อความแรงของสัญญาณเช่นกัน
ความตกรุ่นของอุปกรณ์และมาตรฐาน Wi-Fi
เร้าเตอร์รุ่นเก่าอาจไม่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi ล่าสุด โดยเทคโนโลยี Wi-Fi ปัจจุบันมีตั้งแต่มาตรฐานรุ่นเก่าไปจนถึง Wi-Fi 6, 6E และ Wi-Fi 7 ซึ่งให้การพัฒนาความเร็วและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น เร้าเตอร์ Wi-Fi 7 สามารถทำความเร็วทางทฤษฎีได้ประมาณ 5.8Gbps บนคลื่น 6GHz ขณะที่อุปกรณ์ Wi-Fi 5 หลายรุ่นทำความเร็วสูงสุดประมาณ 867Mbps บนคลื่น 5GHz หรือเพียง 150–300Mbps เมื่อเชื่อมต่อย่านความถี่ 2.4GHz ผ่าน Wi-Fi 4 ทั้งนี้ อุปกรณ์ทั้งสองฝั่งต้องรองรับเทคโนโลยีใหม่จึงจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และแนวทางปฏิบัติ
ผู้ใช้ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ก่อนหากใช้เร้าเตอร์ที่ได้รับแจกมา เพื่อดูรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ หรือตรวจสอบหมายเลขรุ่นด้วยตนเองสำหรับเร้าเตอร์ที่ซื้อมาติดตั้ง หากพบว่าอุปกรณ์ยังคงได้รับอัปเดตและใช้งานได้ปกติก็สามารถใช้งานต่อไปได้อย่างปลอดภัย แต่หากพบปัญหาความเร็วตกและพ้นช่วงอายุการใช้งานแล้ว การเปลี่ยนเร้าเตอร์ใหม่ก่อนที่อุปกรณ์จะเสียหรือกลายเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: Networking, Router, Security Updates, Wi-Fi 7

<< หน้าแรก