LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิว Boox Go 6 (Gen II): อีรีดเดอร์ระบบ Android สายยืดหยุ่นที่อัปเกรดมาพร้อมสไตลัส แม้จะมีข้อแลกเปลี่ยนบางจุด

Boox Go 6 Gen II ereader Android E Ink

รีวิวอีรีดเดอร์ Boox Go 6 รุ่นที่ 2 หน้าจอ 6 นิ้ว รองรับ Android และ Google Play เพิ่มการรองรับสไตลัสและปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมเจาะลึกข้อดีและข้อจำกัด

ตลาดเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อาจมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Kindle และ Kobo เป็นเจ้าตลาด แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการอ่านและการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่หลากหลายระหว่างเดินทาง ตัวเลือกอย่าง Boox ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยอุปกรณ์ E Ink ของค่ายนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปจาก Google Play สำหรับการอ่าน ซื้อ เช่า และฟังหนังสือรวมถึงเอกสารต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ

หลังจากเปิดตัวรุ่นล่าสุดอย่าง Boox Go 6 (Gen II) ในราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทางบริษัทได้เพิ่มการรองรับสไตลัสพร้อมกับรีเฟรชดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่น ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเป๋าเดินทาง ด้านหลังมีพื้นผิวสัมผัสแบบลอนเรียบไล่ระดับให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ดีเยี่ยม ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีครีม Shell, สีเหลืองอ่อน Custard, สีม่วงเข้ม Plum และสีเทาอ่อน Stone

การอัปเกรดสเปก ดีไซน์ และการใช้งานสไตลัส

Boox Go 6 (Gen II) รองรับการใช้งานร่วมกับสไตลัส Boox InkSense Plus (จำหน่ายแยกในราคา 46 ดอลลาร์ หรือซื้อแบบแพ็กเกจคู่กับตัวเครื่องเพื่อประหยัดขึ้น) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถขีดเขียน โน้ต และวาดภาพบนหนังสือได้โดยตรง นอกจากการเพิ่มแรมเป็น 3GB จากรุ่นแรกที่มี 2GB แล้ว ตัวเครื่องยังคงความจุภายใน 32GB และมีช่องใส่ MicroSD สำหรับขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ในด้านการขีดเขียน รุ่นนี้มีฟีเจอร์ Smart Scribe ที่ทำงานผ่านแอป Neo Reader ของ Boox ทำให้สามารถขีดเส้นใต้เพื่อแปลงเป็นไฮไลต์ หรือขีดฆ่าเพื่อลบข้อความได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนการใช้งานกับแอปพลิเคชันภายนอกจะอาศัยเครื่องมือ FreeMark ซึ่งช่วยให้จดโน้ตชั่วคราวได้ทุกแอป และจะบันทึกหน้าจอที่มีรอยขีดเขียนเก็บไว้ในแกลเลอรีโดยอัตโนมัติ

ขนาดหน้าจอ การพกพา และข้อจำกัดที่ต้องรู้

ขนาดหน้าจอ 6 นิ้วของ Go 6 อยู่ในจุดที่สมดุลระหว่างความสามารถในการพกพาและความสะดวกในการอ่านเทียบเท่ากับ Kindle รุ่นเริ่มต้นและ Kobo Clara BW ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 160 กรัม เหมาะสำหรับการใช้งานบนเตียงนอนหรือโซฟา พร้อมไฟหน้าจอที่ปรับระดับความสว่างและโทนสีอุ่นเย็นได้เพื่อลดอาการล้าของดวงตา รวมถึงหน้าจอ ePaper ความละเอียด 300PPI ที่คมชัด

อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องไม่มีมาตรฐานกันน้ำหรือกันฝุ่น ทำให้ผู้ใช้ต้องระมัดระวังในการพกพาไปใช้งานริมชายหาด การตั้งแคมป์ หรือข้างสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องภาพซ้ำหรือ ghosting เล็กน้อยเมื่อสลับหน้าจอแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับแต่งโหมดรีเฟรชหน้าจอหรือตั้งค่าความถี่ในการรีเฟรชแบบเต็มรูปแบบเพื่อลดปัญหานี้ได้ตามต้องการ

ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ระบบปฏิบัติการ และการโอนย้ายหนังสือ

ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 1,500mAh ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องหลายวันหากอ่านหนังสือวันละไม่กี่ชั่วโมงและใช้งานแอปพลิเคชันปานกลาง โดยการปิด Wi-Fi, Bluetooth และการเปิดไฟหน้าจอในระดับต่ำจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ดียิ่งขึ้น แม้ระยะเวลาใช้งานจะสั้นกว่าอุปกรณ์จาก Kindle หรือ Kobo ที่ใช้งานได้นานหลายสัปดาห์ แต่ก็นับว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนของการใช้งานระบบ Android

สำหรับซอฟต์แวร์ Boox Go 6 (Gen II) ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ค่อนข้างตกรุ่น แม้ Google จะยุติการอัปเดตความปลอดภัยไปแล้ว แต่ผู้ใช้ยังคงสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหา ในด้านการจัดการไฟล์หนังสือสามารถทำได้อย่างสะดวกผ่านเครื่องมือ BooxDrop, การซิงก์กับคลาวด์อย่าง Dropbox และ Google Drive หรือการใช้สาย USB-C ส่วนการเลือกซื้อหรือหาหนังสือมาอ่านสามารถทำผ่านแอปพลิเคชันโปรดของผู้ใช้ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องจำกัดอยู่แค่ร้านค้าของตัวเครื่อง

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สรุปรีวิวแกดเจ็ตเด่นประจำสัปดาห์: จัดเต็มกับสมาร์ทโฟน Google Pixel 11 ซีรีส์, โน้ตบุ๊ก HP และอื่น ๆ

Google Pixel 11 Pro Fold HP Omnibook X smartwatch gaming display

สรุปรีวิวแกดเจ็ตและอุปกรณ์ไอทีรุ่นใหม่ประจำสัปดาห์ ทั้งสมาร์ทโฟน Google Pixel 11 ซีรีส์, Pixel Watch 5, โน้ตบุ๊ก HP Omnibook X และอุปกรณ์เสริมอีกเพียบ

ช่วงเวลาสัปดาห์ก่อนงานมหกรรมเทคโนโลยี IFA บรรดาทีมงานรีวิวต้องทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่จำนวนมาก เพื่อให้ผู้สนใจได้ติดตามอ่านกันอย่างจุใจในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ไฮไลท์สำคัญตกเป็นของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่รุ่นล่าสุดจากกูเกิล (Google) รวมถึงคอมพิวเตอร์พกพาและแกดเจ็ตประเภทอื่น ๆ ที่ผ่านการทดสอบใช้งานจริงมาแล้ว

Google Pixel 11 Pro Fold

กูเกิลได้ทำการอัปเกรดหลายจุดให้กับสมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นนี้ แต่ยังคงเลือกใช้ดีไซน์ตัวเครื่องที่หนาเหมือนเดิม และไม่ได้ใส่ฟีเจอร์เรือธงบางตัวอย่าง Pro Res Zoom มาให้เหมือนกับรุ่นมาตรฐาน Pixel 11 Pro ทีมงานผู้ทดสอบมองว่า แม้ชิปประเซสเซอร์ตัวใหม่ ระบบชาร์จที่เร็วขึ้น และกล้องที่ดีขึ้นจะเป็นการเพิ่มเข้ามาที่น่าสนใจ แต่กูเกิลยังทำได้ไม่ดีพอที่จะดึงดูดผู้ใช้งานที่ไม่ได้อยู่ในระบบนิเวศของพิกเซลอยู่แล้วให้เปลี่ยนใจมาซื้อ

Google Pixel 11 Pro

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังและอัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากที่สุดในไลน์อัปใหม่ แต่มีราคาแพงขึ้น 100 ดอลลาร์สหรัฐ และให้หน่วยความจำแรม (RAM) น้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งใส่ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาอย่างหนาแน่น ผู้ทดสอบแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งาน AI ที่มีอยู่ทั่วทุกมุม แต่ก็ยอมรับว่าในปัจจุบันกูเกิลยังคงทำเรื่องนี้ได้ดีกว่าคู่แข่งในตลาด สำหรับผู้ที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องฟีเจอร์ AI หรือสามารถปิดการใช้งานได้ง่าย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือเป็นโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ (Android) ขนาดและราคาเท่านี้ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

Google Pixel 11

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Pixel 10 เพียงเล็กน้อย และมีราคาเพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์สหรัฐ แต่รุ่นนี้ยังคงถูกยกให้เป็นสมาร์ทโฟนพิกเซลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ รวมถึงผู้ที่ต้องการเปลี่ยนใจจากไอโฟน (iPhone) มาใช้ระบบแอนดรอยด์ สำหรับผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์รุ่นเก่ากว่าปีที่แล้ว รุ่นนี้ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญ และมอบประสบการณ์การใช้งานแอนดรอยด์ครั้งแรกที่ดีเยี่ยม

Google Pixel Watch 5

นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่นี้ถูกมองว่าจะต้องกลายเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอนในอนาคต แม้ว่าในตอนนี้ฟีเจอร์บางอย่างจะยังไม่พร้อมใช้งานก็ตาม ทีมงานระบุว่าตัวนาฬิกายังคงทำงานได้ดีพอสมควรจนสามารถชดเชยกับราคาที่เพิ่มขึ้นได้ และฟีเจอร์ที่ยังไม่ได้ทดสอบก็น่าจะไม่ส่งผลให้ประสิทธิภาพของนาฬิกาลดลงแต่อย่างใด

HP Omnibook X

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์พกพาที่ทำงานบนระบบวินโดวส์ (Windows) โน้ตบุ๊กรุ่นนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ทดสอบได้เป็นอย่างดี ด้วยความใส่ใจในองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น ทำให้มันเกือบจะสมบูรณ์แบบ ขาดเพียงแค่ช่องอ่านการ์ด SD และลำโพงที่ดีกว่านี้เท่านั้น ตัวเครื่องเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ทำงานที่ทรงพลัง เชื่อถือได้ และไม่มีลูกเล่นหวือหวาจนเกินไป

Pebble Time 2

การกลับมาของนาฬิกาที่เคยได้รับความนิยมสูงในกลุ่มคนรักแกดเจ็ตสร้างความโล่งใจให้กับผู้ทดสอบ ท่ามกลางยุคสมัยที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ นาฬิการุ่นนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาสำหรับทุกคน แต่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการนาฬิกาข้อมือที่มีความซับซ้อนน้อยลง และระบบนิเวศทางเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ยังคงต้องการอุปกรณ์ประเภทนี้อยู่

อุปกรณ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากแกดเจ็ตหลักเหล่านี้แล้ว ทีมงานยังได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอื่น ๆ อีกมากมายในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น หน้าจอเกมมิ่งแบบโค้งขนาด 39 นิ้วจากแบรนด์เอเลี่ยนแวร์ (Alienware), เกมโปเกมอน (Pokémon Champions), กล้องถ่ายภาพจากโกโปร (GoPro Mission 1 Pro ILS) และพานาโซนิค (Panasonic Lumix L10)

ยังมีอุปกรณ์เฉพาะกลุ่มอย่างพาวแบงค์เอ็กซ์คลูซีฟ Nimble SharePower รวมถึงเครื่องปรับอากาศแบบสวมใส่ได้จากโซนี่ (Sony) ที่ช่วยคลายความร้อนได้เป็นอย่างดี

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รีวิว Sony Reon Pocket Pro Plus แอร์ wearable ที่ช่วยชีวิตในช่วงคลื่นความร้อน

Sony Reon Pocket Pro Plus wearable air conditioner

รีวิว Sony Reon Pocket Pro Plus เครื่องปรับอากาศแบบสวมใส่รุ่นใหม่ล่าสุด ทำความเย็นดีขึ้น 20% ช่วยคลายร้อนช่วงฮีทเวฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงจนทำลายสถิติ ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่า การใช้ชีวิตในเมืองที่ระบบปรับอากาศยังไม่แพร่หลายกลายเป็นความท้าทายอย่างมาก บ้านเรือนและระบบขนส่งส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรไม่ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทำให้การหาตัวช่วยคลายร้อนกลายเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

โซนี (Sony) ได้พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศแบบสวมใส่มาอย่างต่อเนื่องหลายปี จนมาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง Reon Pocket Pro Plus ที่วางจำหน่ายในราคา 260 ดอลลาร์ ซึ่งถูกออกแบบมาให้แก้ปัญหาความร้อนได้อย่างเห็นผล และมีความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

หลักการทำงานและประสิทธิภาพความเย็น

อุปกรณ์รุ่นนี้ใช้หลักการ Peltier Effect โดยมีแผ่นโลหะทำความเย็นด้วยไฟฟ้าขนาด่าวางแนบอยู่บริเวณหลังคอและช่วงบนของกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่มีระบบไหลเวียนโลหิตผ่านจำนวนมาก ทำให้ตัวเครื่องทำหน้าที่เสมือนสถานีความเย็นให้กับกระแสเลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ในรุ่น Pro Plus นี้ โซนีระบุว่าสามารถลดอุณหภูมิของแผ่นสัมผัสลงได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 องศาเซลเซียส หรือคิดเป็นประสิทธิภาพความเย็นที่เพิ่มขึ้น 20% ในรุ่นเดียว พร้อมทั้งมีช่องระบายอากาศด้านบนเพื่อผลักลมร้อนออกไป และมีอุปกรณ์เสริมสำหรับปรับมุมองศาให้เข้ากับปกเสื้อหรือชุดรูปแบบต่างๆ ได้ดีขึ้น

การใช้งานและการควบคุมตัวเครื่อง

ตัวเครื่องมาพร้อมปุ่มควบคุมแบบกายภาพบนตัวอุปกรณ์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด สลับโหมดการทำงานระหว่างแมนนวลและสมาร์ท รวมถึงปรับระดับความเย็นได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีระบบสายคล้องคอ Y-frame ที่เพิ่มแรงยึดเกาะมากขึ้น 40% ช่วยให้ตัวเครื่องกระชับอยู่กับที่ได้ดีในระหว่างเคลื่อนไหว

สำหรับการใช้งานในโหมด Smart Cool ระบบจะปรับระดับความเย็นอัตโนมัติผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิรอบตัว โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 15 ชั่วโมงในโหมดสมาร์ท หรือประมาณ 10 ชั่วโมงในโหมดปรับมือระดับเกือบสูงสุด ทั้งยังรองรับการชาร์จไปใช้งานไปได้หากพกสายชาร์จติดตัวไว้

จุดสังเกตและข้อจำกัดในการใช้งาน

แม้ตัวเครื่องจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับพัดลมพกพา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องดีไซน์ที่เมื่อสวมใส่กับเสื้อยืดหรือเสื้อผ้าบางเบา จะมองเห็นตัวเครื่องนูนขึ้นมาค่อนข้างชัดเจนจนคนรอบข้างอาจสังเกตเห็น หรือเข้าใจผิดว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์

นอกจากนี้ ในชุดยังมี Smart Tag สำหรับเหน็บกระเป๋าเพื่อช่วยตรวจจับอุณหภูมิและความชื้นแวดล้อม แต่จากการใช้งานจริงพบว่าระบบตัดการเชื่อมต่อค่อนข้างง่ายและใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนัก โชคดีที่ตัวเครื่อง Reon Pro Plus สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งพา Smart Tag ดังกล่าว พร้อมทั้งทนทานต่อละอองน้ำและเหงื่อในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →