รีวิว Boox Go 6 (Gen II): อีรีดเดอร์ระบบ Android สายยืดหยุ่นที่อัปเกรดมาพร้อมสไตลัส แม้จะมีข้อแลกเปลี่ยนบางจุด

รีวิวอีรีดเดอร์ Boox Go 6 รุ่นที่ 2 หน้าจอ 6 นิ้ว รองรับ Android และ Google Play เพิ่มการรองรับสไตลัสและปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมเจาะลึกข้อดีและข้อจำกัด
ตลาดเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อาจมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Kindle และ Kobo เป็นเจ้าตลาด แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการอ่านและการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่หลากหลายระหว่างเดินทาง ตัวเลือกอย่าง Boox ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยอุปกรณ์ E Ink ของค่ายนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปจาก Google Play สำหรับการอ่าน ซื้อ เช่า และฟังหนังสือรวมถึงเอกสารต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ
หลังจากเปิดตัวรุ่นล่าสุดอย่าง Boox Go 6 (Gen II) ในราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทางบริษัทได้เพิ่มการรองรับสไตลัสพร้อมกับรีเฟรชดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่น ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเป๋าเดินทาง ด้านหลังมีพื้นผิวสัมผัสแบบลอนเรียบไล่ระดับให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ดีเยี่ยม ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีครีม Shell, สีเหลืองอ่อน Custard, สีม่วงเข้ม Plum และสีเทาอ่อน Stone
การอัปเกรดสเปก ดีไซน์ และการใช้งานสไตลัส
Boox Go 6 (Gen II) รองรับการใช้งานร่วมกับสไตลัส Boox InkSense Plus (จำหน่ายแยกในราคา 46 ดอลลาร์ หรือซื้อแบบแพ็กเกจคู่กับตัวเครื่องเพื่อประหยัดขึ้น) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถขีดเขียน โน้ต และวาดภาพบนหนังสือได้โดยตรง นอกจากการเพิ่มแรมเป็น 3GB จากรุ่นแรกที่มี 2GB แล้ว ตัวเครื่องยังคงความจุภายใน 32GB และมีช่องใส่ MicroSD สำหรับขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม
ในด้านการขีดเขียน รุ่นนี้มีฟีเจอร์ Smart Scribe ที่ทำงานผ่านแอป Neo Reader ของ Boox ทำให้สามารถขีดเส้นใต้เพื่อแปลงเป็นไฮไลต์ หรือขีดฆ่าเพื่อลบข้อความได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนการใช้งานกับแอปพลิเคชันภายนอกจะอาศัยเครื่องมือ FreeMark ซึ่งช่วยให้จดโน้ตชั่วคราวได้ทุกแอป และจะบันทึกหน้าจอที่มีรอยขีดเขียนเก็บไว้ในแกลเลอรีโดยอัตโนมัติ
ขนาดหน้าจอ การพกพา และข้อจำกัดที่ต้องรู้
ขนาดหน้าจอ 6 นิ้วของ Go 6 อยู่ในจุดที่สมดุลระหว่างความสามารถในการพกพาและความสะดวกในการอ่านเทียบเท่ากับ Kindle รุ่นเริ่มต้นและ Kobo Clara BW ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 160 กรัม เหมาะสำหรับการใช้งานบนเตียงนอนหรือโซฟา พร้อมไฟหน้าจอที่ปรับระดับความสว่างและโทนสีอุ่นเย็นได้เพื่อลดอาการล้าของดวงตา รวมถึงหน้าจอ ePaper ความละเอียด 300PPI ที่คมชัด
อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องไม่มีมาตรฐานกันน้ำหรือกันฝุ่น ทำให้ผู้ใช้ต้องระมัดระวังในการพกพาไปใช้งานริมชายหาด การตั้งแคมป์ หรือข้างสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องภาพซ้ำหรือ ghosting เล็กน้อยเมื่อสลับหน้าจอแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับแต่งโหมดรีเฟรชหน้าจอหรือตั้งค่าความถี่ในการรีเฟรชแบบเต็มรูปแบบเพื่อลดปัญหานี้ได้ตามต้องการ
ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ระบบปฏิบัติการ และการโอนย้ายหนังสือ
ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 1,500mAh ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องหลายวันหากอ่านหนังสือวันละไม่กี่ชั่วโมงและใช้งานแอปพลิเคชันปานกลาง โดยการปิด Wi-Fi, Bluetooth และการเปิดไฟหน้าจอในระดับต่ำจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ดียิ่งขึ้น แม้ระยะเวลาใช้งานจะสั้นกว่าอุปกรณ์จาก Kindle หรือ Kobo ที่ใช้งานได้นานหลายสัปดาห์ แต่ก็นับว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนของการใช้งานระบบ Android
สำหรับซอฟต์แวร์ Boox Go 6 (Gen II) ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ค่อนข้างตกรุ่น แม้ Google จะยุติการอัปเดตความปลอดภัยไปแล้ว แต่ผู้ใช้ยังคงสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหา ในด้านการจัดการไฟล์หนังสือสามารถทำได้อย่างสะดวกผ่านเครื่องมือ BooxDrop, การซิงก์กับคลาวด์อย่าง Dropbox และ Google Drive หรือการใช้สาย USB-C ส่วนการเลือกซื้อหรือหาหนังสือมาอ่านสามารถทำผ่านแอปพลิเคชันโปรดของผู้ใช้ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องจำกัดอยู่แค่ร้านค้าของตัวเครื่อง
ป้ายกำกับ: Android, Boox, E-reader, Google Play, Tech Review


