แอนโทรปิกเผยแชทบอตโคลด์นำงานวิจัยและพัฒนาเอไอเองถึง 26 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเสนอมาตรฐานวัดความเร็วอุตสาหกรรม

บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) เปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังการทำงานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ โดยระบุว่าแชทบอตโคลด์ (Claude) เป็นผู้ "นำ" ในกระบวนการวิจัยและพัฒนาเอไอของบริษัทถึง 26 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านบล็อกโพสต์ใหม่โดยซีอีโอ ดาริโอ อาโมเดล (Dario Amodei) ท่ามกลางการพูดคุยเรื่องความปลอดภัยของเอไอ หลังจากคู่แข่งอย่างโอเพ่นเอไอ (OpenAI) เคยเปิดเผยกรณีเอไอเอเจนต์แฮกฮักกิ้งเฟซ (Hugging Face) มาก่อนหน้านี้
เกิดอะไรขึ้นกับการวิจัยเอไอของแอนโทรปิก
ทางบริษัทระบุว่าตัวเลข 26 เปอร์เซ็นต์ที่โคลด์ "นำ" นั้นหมายถึงความสามารถที่เอไอสามารถทำงานส่วนใหญ่ได้แบบจบในตัวตั้งแต่ต้นจนจบจากพร้อมท์ระดับสูง โดยมีมนุษย์คอยกำกับดูแล นอกจากนี้ เอไอยังเข้ามาทำหน้าที่ในสัดส่วนที่เป็นเนื้อหาชิ้นใหญ่ภายใต้การชี้นำอย่างใกล้ชิดจากมนุษย์ในงานวิจัยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมถึงสัดส่วน 26 เปอร์เซ็นต์ที่โคลด์เป็นผู้นำด้วย แม้ว่าบริษัทจะระบุชัดเจนว่าโคลด์ไม่ได้ทำงานอย่างเป็นอิสระเต็มรูปแบบในกลุ่มงานวิจัยและพัฒนาเอไอชุดใดชุดหนึ่งเลยก็ตาม
มาตรฐานการวัดและข้อเสนอเพื่อความโปร่งใส
สถิติดังกล่าวมาจากข้อเสนอการวัดผลชุดแรกของแอนโทรปิก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาเอไอที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ (AI-led AI R&D) โดยใช้ดัชนีวัดสัดส่วนงานวิจัยที่ทำโดยโคลด์ ร่วมกับสเกลการให้คะแนนระดับการทำงานอัตโนมัติที่พัฒนาโดยเอป็อกเอไอ (Epoch AI) เพื่อสร้างกราฟแสดงระดับการทำงานอัตโนมัติของโคลด์ตั้งแต่วันที่สิงหาคม 2025 เป็นต้นมา ซึ่งบริษัทเชื่อว่าผู้พัฒนาโมเดลฟรอนเทียร์รายอื่นสามารถนำไปทำซ้ำได้ผ่านข้อมูลของตนเองและการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม
สิ่งที่ผู้ใช้และสาธารณชนควรรู้เกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรม
นอกเหนือจากสัดส่วนการทำงานของเอไอแล้ว แอนโทรปิกยังเสนอวิธีการวัดการกำกับดูแลเอเจนต์เอไอ เช่น การตรวจสอบกิจกรรมของเอเจนต์ ระยะเวลาในการตรวจสอบ และความถี่ในการตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติ รวมถึงการติดตามการใช้พลังประมวลผล (Compute) ในงานวิจัยและพัฒนา เพื่อดูว่าการพัฒนาโมเดลฟรอนเทียร์ดำเนินไปในความเร็วที่เหมาะสมหรือไม่ ความพยายามนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใสและช่วยให้สาธารณชนมองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
ประเด็นที่ต้องพิจารณาและติดตามต่อในอนาคต
แม้บริษัทผู้พัฒนาเอไอส่วนใหญ่จะเห็นพ้องในแนวทางชะลอความเร็ว เช่น โอเพ่นเอไอที่แสดงท่าทีสนับสนุน และแอนโทรปิกที่ยอมให้ผู้ประเมินจากภายนอกตรวจสอบกระบวนการพัฒนา รวมถึงจุดยืนด้านความปลอดภัยของอาโมเดลที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เคยเห็นด้วยบนแพลตฟอร์ม X แต่ทว่าอนาคตของกฎระเบียบในอุตสาหกรรมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีท่าทีลดทอนความสำคัญของความเสี่ยงด้านเอไอลงเป็นส่วนใหญ่
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: AI, Anthropic, Claude, Dario Amodei, R&D
