LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ศึกแท็บเล็ตไฮเอนด์: Amazon เปิดตัว Alexa Tablet 12 Pro ท้าชน iPad Pro ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า

Amazon Alexa Tablet 12 Pro vs iPad Pro

Amazon เดินหน้าท้าชนตลาดแท็บเล็ตระดับพรีเมียมด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Alexa Tablet โดยเฉพาะรุ่นท็อปสุดอย่าง Alexa Tablet 12 Pro ที่เข้ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ iPad Pro ของ Apple การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมการปรับโฉมดีไซน์ตัวเครื่องใช้อลูมิเนียมบางเฉียบ หน้าจอความละเอียดสูง รองรับอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดและปากกาสไตลัส รวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการรองรับ Play Store เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงแอปพลิเคชันระดับพรีเมียมได้ หลังจากที่ผ่านมาแท็บเล็ตตระกูล Fire ต้องจำกัดการใช้งานอยู่กับ Amazon Appstore มานานหลายปี

จอแสดงผลและการเข้าถึงหน้าจอแบบด้าน

ในด้านการแสดงผล Amazon ระบุว่าหน้าจอคือสิ่งที่ไม่ยอมลดสเปก โดย Alexa Tablet 12 Pro มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 12 นิ้ว ความละเอียด 2,800 x 1,840 พิกเซล (280ppi) ความสว่าง 500 นิต และอัตรารีเฟรช 120Hz ซึ่งมีค่าความหนาแน่นพิกเซลสูงกว่าหน้าจอ OLED ของ 13-inch iPad Pro ที่ให้ความหนาแน่น 264ppi แม้ว่าทาง Apple จะมีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีจอ tandem OLED ที่ให้คอนทราสต์สูงและมีความสว่างถึง 1,000 นิต ซึ่งสูงกว่าเท่าตัวก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เรื่องฟิล์มกระจกหน้าจอเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ โดยรุ่นความจุ 1TB และ 2TB ของ iPad Pro จะต้องจ่ายเงินในราคาที่สูงมากจึงจะได้กระจก nano-texture ขณะที่ Alexa Tablet 12 Pro รุ่นราคา 550 ดอลลาร์ มีตัวเลือกกระจกเคลือบ Nanomatte ที่พัฒนาร่วมกับ Corning มาให้ ช่วยลดแสงสะท้อนและให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษเมื่อใช้งานแอปพลิเคชัน Kindle

ขุมพลังภายในและสเปกเครื่อง

เมื่อเทียบประสิทธิภาพด้านประมวลผล Alexa Tablet 12 Pro ไม่ได้ใช้ชิประดับคอมพิวเตอร์แบบที่ Apple ใช้ชิป M-series บน iPad Pro แต่เลือกใช้ชิป MediaTek Dimensity 8400 ที่เปิดตัวในปี 2024 และออกแบบมาสำหรับสมาร์ทโฟน ชิปตัวนี้เพียงพอต่อการท่องเว็บ สตรีมวิดีโอ และทำงานเบา ๆ ตามวัตถุประสงค์ของ Amazon แต่ไม่เหมาะกับการตัดต่อวิดีโอหรือรันงานหนักเท่าชิปของ Apple

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

นอกจากนี้ ในแง่ของหน่วยความจำหรือ RAM รุ่น 128GB มี RAM 8GB และรุ่น 256GB มี RAM 16GB ขณะที่ iPad Pro เริ่มต้นที่ 12GB และสูงสุด 16GB ในรุ่นความจุสูง ทำให้อุปกรณ์ฝั่ง Apple มีความได้เปรียบด้านงานสร้างสรรค์และงานประมวลผล AI มากกว่า

ระบบปฏิบัติการและระบบนิเวศบริการ

การเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทำให้ Alexa Tablet สามารถดาวน์โหลดแอปได้มากกว่ายุค Fire OS แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนแอปเฉพาะสำหรับแท็บเล็ตบน Play Store ยังคงมีน้อยกว่าบน App Store ของ Apple

จุดเด่นที่แท็บเล็ต Apple ทำไม่ได้คือการผสานการทำงานเข้ากับบริการของ Amazon สำหรับสมาชิก Amazon Prime ไม่ว่าจะเป็นระบบแนะนำคอนเทนต์ให้อ่านและชม โหมด Kindle ที่ปรับสีหน้าจอและปิดการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเปิดหนังสือ รวมถึงผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa+ ที่เรียกใช้งานได้ง่ายด้วยการปัดหน้าจอ และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอย่างกริ่งประตูหรือกล้อง Ring ได้ดีเยี่ยม

ความคุ้มค่าด้านราคาและชุดอุปกรณ์เสริม

ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของ Amazon คือเรื่องราคา โดย Alexa Tablet 12 Pro แบบหน้าจอกระจกเงาเริ่มต้นที่ 500 ดอลลาร์ และแบบหน้าจอด้าน Nanomatte ราคา 550 ดอลลาร์ ซึ่งถูกกว่า iPad Pro 11 นิ้วที่เริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์ และ iPad Pro 13 นิ้วที่เริ่มต้น 1,499 ดอลลาร์อย่างมาก

ความแตกต่างด้านราคายิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อรวมอุปกรณ์เสริม โดยชุดบันเดิลของ Amazon ที่รวม Alexa Tablet 12 Pro, คีย์บอร์ด และปากกา ขายในราคา 650 ดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Apple หากซื้อ iPad Pro 13 นิ้ว ราคา 1,499 ดอลลาร์, Apple Pencil Pro ราคา 129 ดอลลาร์ และ Magic Keyboard ราคา 349 ดอลลาร์ จะมีราคารวมกันสูงถึง 1,977 ดอลลาร์

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัดในการพิจารณา

ผู้ใช้งานที่กำลังชั่งใจระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน หากต้องการแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ตัดต่อวิดีโอหรือรันแอปพลิเคชันเฉพาะทางที่มีความซับซ้อน iPad Pro ยังคงตอบโจทย์มากกว่า แต่หากเน้นความคุ้มค่าในการเสพสื่อ อ่านหนังสือด้วยหน้าจอกลดแสงสะท้อน ใช้งานร่วมกับระบบสมาร์ทโฮมของ Amazon และต้องการประหยัดงบประมาณ Alexa Tablet 12 Pro เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

แท็บเล็ต Alexa รุ่นใหม่จาก Amazon รองรับการใช้งาน Google Play เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

Amazon Alexa tablet Google Play

Amazon ประกาศเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับแท็บเล็ตรุ่นใหม่ โดยแท็บเล็ตตระกูล Alexa รุ่นล่าสุดจะมาพร้อมกับการเข้าถึง Google Play store และแอปพลิเคชันทั้งหมดที่สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นั่นอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นการยุติข้อจำกัดที่ผู้ใช้ต้องใช้งานผ่าน Amazon Appstore เพียงอย่างเดียวเหมือนกับที่ผ่านมาตั้งแต่การเปิดตัว Kindle Fire ครั้งแรกในปี 2011

การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศแอปพลิเคชัน

นับตั้งแต่การเปิดตัว Kindle Fire ในปี 2011 แท็บเล็ตของ Amazon ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ที่ถูกปรับแต่งขึ้นมาเฉพาะ พร้อมระบบนิเวศและร้านค้าแอปพลิเคชันของตนเองมาโดยตลอด รวมถึงแท็บเล็ต Alexa รุ่นล่าสุดที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android แบบปรับแต่ง และมีการติดตั้งแอปพลิเคชันอย่าง Kindle, Prime Video, Audible, Amazon Music, Amazon Quick และ Amazon Luna มาให้ล่วงหน้า

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญในรุ่นใหม่นี้คือการเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึง Google Play store ได้เต็มรูปแบบ ต่างจากแท็บเล็ต Amazon รุ่นก่อนหน้าที่เข้าถึงได้เพียง Amazon Appstore ซึ่งมีจำนวนแอปพลิเคชันน้อยกว่ามาก เนื่องจาก Google Play มีแอปพลิเคชันให้เลือกนับล้านแอป และไม่ได้จำกัดอยู่แค่แอปที่ออกแบบมาสำหรับ Fire OS เท่านั้น

ผลกระทบต่อการใช้งานและทางเลือกของผู้ใช้

การเพิ่มการเข้าถึง Google Play store ทำให้ Amazon เริ่มปรับรูปแบบระบบปฏิบัติการของตนให้มีความคล้ายคลึงกับแนวทางของ Samsung มากขึ้น พร้อมทั้งมอบอิสระในการเลือกให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ เนื่องจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ความสำคัญกับการปล่อยการอัปเดตและการแก้ไขข้อบกพร่องบน Google Play มากกว่า Amazon Appstore ผู้ใช้แท็บเล็ตกลุ่มนี้จึงจะได้รับอัปเดตพร้อมกับผู้ใช้งาน Android รายอื่น ๆ ด้วย

กำหนดการวางจำหน่ายและรุ่นที่รองรับ

การเข้าถึง Google Play จะใช้งานได้บนแท็บเล็ตใหม่ทุกรุ่นของ Amazon ได้แก่ Alexa Tablet 12 Pro, Alexa Tablet 11 และ Alexa Tablet 8 โดยสินค้าจะมีกำหนดวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม และจะวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ในวันที่ 19 ตุลาคม

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

Amazon ประกาศยกเลิกไลน์ Fire Tablets พร้อมส่ง Amazon Alexa Tablet 12 Pro ท้ารชน iPad Pro ด้วยหน้าจอนาโนแมตต์และราคาเริ่มต้น 499 ดอลลาร์

Amazon Alexa Tablet 12 Pro hands on

Amazon ประกาศยกเลิกสายผลิตภัณฑ์แท็บเล็ต Fire เดิมทั้งหมด เพื่อแทนที่ด้วยตระกูลแท็บเล็ต Alexa ใหม่ โดยมีการเปิดตัวรุ่นเรือธงอย่าง Amazon Alexa Tablet 12 Pro ขนาด 12 นิ้ว ซึ่งตั้งเป้าเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับ iPad Pro ในราคาเริ่มต้น 499 ดอลลาร์สำหรับรุ่นปกติ และ 549 ดอลลาร์สำหรับรุ่นพรีเมียมที่มาพร้อม RAM 16GB และหน้าจอนาโนแมตต์

สเปกฮาร์ดแวร์และหน้าจอแสดงผลระดับสูง

Amazon Alexa Tablet 12 Pro ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ MediaTek Dimensity 8400 แบบ 8 คอร์ ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร หน้าจอแสดงผลมีอัตราส่วน 3:2 ความหนาแน่นพิกเซล 280ppi และรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ตัวเครื่องติดตั้งลำโพงมาให้ 4 ตัวพร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่างปากกา Pro Pen ที่วางจำหน่ายแยกในราคา 90 ดอลลาร์

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การผสานรวม Google Play Store และระบบผู้ช่วย Alexa+

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการรองรับ Google Play Store เป็นครั้งแรก ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบนิเวศของแอปพลิเคชัน Android ได้ทั้งหมดภายใต้นโยบายความปลอดภัยของ Google แทนที่จะจำกัดอยู่แค่ App Store ของบริษัทเหมือนในอดีต ด้านอินเทอร์เฟซมีการฝังระบบ Alexa+ เข้ามาในระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์การเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะผ่านท่าทางลากจากมุมขวาล่างของหน้าจอเพื่อวิเคราะห์สิ่งที่ผู้ใช้อยู่บนหน้าจอและให้คำแนะนำ

โหมดการอ่าน Kindle Mode เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน

แท็บเล็ตตระกูล Alexa ทุกรุ่นมาพร้อม Kindle Mode ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมการอ่านแบบเต็มจอที่จะปิดกั้นการแจ้งเตือนและลดแสงสีฟ้า ช่วยขยายเวลาแบตเตอรี่ให้อ่านหนังสือได้นานถึง 20 ชั่วโมง ผู้ใช้สามารถปรับแต่งชุดสีได้ 3 แบบ ได้แก่ Ink Paper แบบโมโนโครม, Color Paper แบบกระดาษหนังสือพิมพ์ และ Standard แบบหน้ากระดาษนิตยสาร โดยโหมดนี้จะทำงานอัตโนมัติเมื่อเปิดใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Kindle

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

แม้หน้าจอนาโนแมตต์จะช่วยลดการสะท้อนของแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจส่งผลกระทบต่อความสว่างและการมองเห็นเล็กน้อยเมื่อใช้งานกลางแสงแดดโดยตรง นอกจากนี้ ในส่วนของ Kindle Mode ปัจจุบันยังคงรองรับการทำงานร่วมกับแอป Kindle เป็นหลัก และสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานปากกา Pro Pen จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 90 ดอลลาร์

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →