LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569

Nothing เปิดตัว Headphone 1 Pro หูฟังเรือธงราคา 399 ดอลลาร์ พร้อมฟีเจอร์ระดับสตูดิโอ

Nothing Headphone 1 Pro flagship headphones

Nothing ประกาศเปิดตัว Headphone 1 Pro ผลิตภัณฑ์ออดิโอระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับราคา 399 ดอลลาร์ และการควบคุมระดับสตูดิโอที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่จริงจังยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยส่งรุ่น Headphone A ออกมาวางจำหน่ายในราคา 199 ดอลลาร์ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับทั้งในด้านสเปกและราคา โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ที่โปร่งใสและแตกต่างจากแบรนด์อื่นในตลาดเอาไว้เช่นเคย

ดีไซน์และอุปกรณ์เสริม

Headphone 1 Pro วางจำหน่ายในตัวเลือกสีดำและสีขาว มาพร้อมกับเคสแข็งที่หุ้มรอบตัวคัพหูฟัง และผู้ใช้สามารถถือพกพาโดยจับที่ตัวเฮดแบนด์ได้ ตัวเคสผลิตจากพลาสติกมันเงาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสุนทรียศาสตร์ยุคปลายทศวรรษที่ 90 ถึงต้นทศวรรษที่ 00 นอกจากนี้ทาง Nothing ยังได้ระบุตัว V จากวง BTS เข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่อีกด้วย

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ฟีเจอร์ระดับมืออาชีพ

จุดเด่นสำคัญคือสวิตช์ขนาดเล็กสำหรับตัดการทำงานของอีควอไลเซอร์ (Equalizer) และระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial Audio) สำหรับมืออาชีพในสตูดิโอ เพื่อให้สามารถฟังเสียงที่กำลังมิกซ์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ EQ แบบแบน (Flat EQ) นี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกับ Metropolis Studios สตูดิโอมาสเตอริ่งในลอนดอน นอกจากนี้ยังรองรับ LDAC, เสียงความละเอียดสูง 24-bit, การเชื่อมต่อแบบไร้สายแบบ Lossless รวมถึงรองรับ Auracast ทั้งในฐานะตัวส่งและตัวรับเมื่อเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันคู่หู

ประสิทธิภาพด้านเสียงและแบตเตอรี่

หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมไดรเวอร์สามชุดที่มุ่งเน้นช่วงเสียงเบส เสียงร้อง และเสียงเครื่องดนตรี ด้านการตัดเสียงรบกวน (ANC) ใช้ไมโครโฟนจำนวน 10 ตัวในการตรวจจับเสียงรอบข้าง พร้อมแผ่นกั้นซิลิโคนแบบใหม่ที่ช่วยสร้างกำแพงเสียงทางกายภาพได้ดีขึ้น ได้รับมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP52 แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 32 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และใช้งานได้สูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิดระบบตัดเสียงรบกวน

สิ่งที่ผู้ใช้ควรทราบและข้อจำกัด

ในด้านความสะดวกสบาย ตัวเอียร์คุชชันมีความนุ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์และปรับเข้ากับผู้สวมใส่แว่นตาได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รวมถึงเฮดแบนด์ที่กว้างขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่ชื่นชอบเสียงเบสหนัก ๆ อาจต้องพิจารณาฟีเจอร์ Flat EQ ว่าตอบโจทย์การใช้งานส่วนตัวหรือไม่ เนื่องจากปกติแล้วผู้ฟังมักมีความชอบทางเสียงที่แตกต่างกัน และฟีเจอร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทาง

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569

Beats เปิดตัวหูฟัง Beats 360 ราคา 350 ดอลลาร์ เน้นจุดเด่นถอดเปลี่ยนเบาะรองหูและปรับแต่งสีได้อิสระเพื่อการใช้งานทั้งในยิมและชีวิตประจำวัน

Beats 360 headphones design customization

แบรนด์ Beats ในเครือ Apple เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Beats 360 ในราคา 350 ดอลลาร์สหรัฐ มุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการหูฟังสำหรับใส่ในชีวิตประจำวันและพกพาไปออกกำลังกายในยิม ซึ่งแก้ไขจุดอ่อนของรุ่นก่อนหน้าอย่าง Beats Solo 4 และ Beats Studio Pro ที่ไม่มีมาตรฐานกันเหงื่อและไม่สามารถเปลี่ยนเบาะรองหูได้

ดีไซน์และการปรับแต่งที่ออกแบบใหม่

จุดเด่นสำคัญของ Beats 360 คือความสามารถในการปรับแต่งชิ้นส่วนเบาะรองหูและเบาะคาดศีรษะได้ โดยตัวครอบหูสามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยการบิดล็อก อุปกรณ์แต่ละชุดมาพร้อมเบาะและที่คาดศีรษะที่เข้าชุดกันใน 5 สี นอกจากนี้ยังมีวัสดุให้เลือกใช้งาน 2 แบบ ได้แก่ Performance Knit ผ้าทอลายข้าวหลามตัดที่ออกแบบมาเพื่อความนุ่ม ยืดหยุ่น และทนทาน เหมาะสำหรับใส่เล่นกีฬา และ UltraPlush เบาะนุ่มพิเศษที่ถอดแบบมาจากรุ่น Studio Pro สำหรับการฟังเพลงเป็นเวลานานและการใช้งานทั่วไป โดยชุดคิท Cushion Kits มีจำหน่ายแยกในราคา 50 ดอลลาร์

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ฟีเจอร์การเชื่อมต่อและซอฟต์แวร์

Beats 360 ใช้การออกแบบไร้สายอย่างแท้จริงโดยไม่มีสายเชื่อมต่อระหว่างหูฟังทั้งสองข้าง แต่ละข้างทำงานแยกอิสระด้วยแบตเตอรี่ เสาอากาศ และชิปประมวลผลของตัวเอง สำหรับผู้ใช้ iOS จะได้รับฟีเจอร์จับคู่อุปกรณ์แบบแตะครั้งเดียว การสลับการเชื่อมต่ออัตโนมัติระหว่างอุปกรณ์ Apple และการแชร์เสียง ส่วนผู้ใช้งาน Android จะรองรับการจับคู่ความเร็วสูงและการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในบัญชี Google รวมถึงแอปพลิเคชัน Beats ที่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่มเติมสำหรับการปรับแต่ง ตั้งค่า วิดเจ็ต และอัปเดตเฟิร์มแวร์

ข้อจำกัดและฟีเจอร์ที่ขาดหายไป

แม้จะเป็นหูฟังราคาระดับ 350 ดอลลาร์ แต่ Beats 360 ไม่มีระบบตรวจจับการสวมใส่สำหรับหยุดเพลงอัตโนมัติ รวมถึงไม่มีฟีเจอร์อย่าง Live Translation, Conversation Awareness, Personalized Volume และไม่รองรับการใช้งานแบบมีสายหรือฟังเสียงแบบ lossless ผ่านพอร์ต USB-C นอกจากนี้ ปุ่มควบคุมทางกายภาพบนตัวหูฟังยังมีลักษณะนูนในระดับเดียวกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้การคลำหาปุ่มเพื่อใช้งานอย่างรวดเร็วทำได้ยากในช่วงแรก

คุณภาพเสียง ตัดเสียงรบกวน และแบตเตอรี่

ด้านคุณภาพเสียง Beats 360 มาพร้อมสถาปัตยกรรมเสียงใหม่และตัวแปลงสัญญาณแบบคู่เพื่อขับเสียงเบสที่ทรงพลังและลดความเพี้ยนของเสียง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่ทรงพลังที่สุดของแบรนด์ด้วยชุดไมโครโฟน 9 ตัวและหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง รวมถึงระบบ Adaptive EQ ที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อปิดโหมด ANC และ Transparency เพื่อปรับจูนเสียงให้เข้ากับการสวมใส่ของผู้ใช้แต่ละคน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →