LATEST TECHNOLOGY

ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

AI, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ไอที, ซอฟต์แวร์ และเรื่องเด่นจากโลกดิจิทัล

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Amazon เตรียมส่งฮาร์ดแวร์ติดแบรนด์ Alexa เพิ่ม พร้อมเผยโฉมภาษาดีไซน์ Neo

Amazon Panos Panay Alexa tablet Neo design language

Amazon เดินหน้าปรับทิศทางผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ หลังจากประกาศเปิดตัวซีรีส์แท็บเล็ต Alexa ที่นำผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเป็นแกนหลักแทนที่ตระกูล Fire tablet เดิม ล่าสุด Panos Panay ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายDevices and Alexa ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต ทั้งแผนการเปิดตัวอุปกรณ์ที่ใช้ชื่อแบรนด์ Alexa เพิ่มเติม และการพัฒนาภาษาดีไซน์ใหม่สำหรับระบบซอฟต์แวร์

การขยายตัวของฮาร์ดแวร์แบรนด์ Alexa

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์เดิมของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Echo, Fire TV, Kindle, Ring, Blink ไปจนถึง Eero ต่างใช้ชื่อแบรนด์เฉพาะตัว การเปิดตัวแท็บเล็ตซีรีส์ใหม่ที่ใช้ชื่อแบรนด์ Alexa ถือเป็นครั้งแรกของบริษัทในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการขยายตลาดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ชื่อแบรนด์ดังกล่าวเพิ่มเติม ผู้บริหารระบุว่าอาจมีให้เห็นเพิ่มเติมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

เปิดตัวภาษาดีไซน์ Neo เชื่อมโยงข้อมูล

ทางด้านซอฟต์แวร์อินเทอร์เฟซที่ทำหน้าที่เพิ่มชั้นการทำงานของ Alexa ลงบนระบบปฏิบัติการ Android ของแท็บเล็ต ได้รับการพัฒนาภายใต้ภาษาดีไซน์ที่เรียกว่า Neo ซึ่งดูแลโดย Ralf Groene ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Amazon Devices & Services โดยภาษาดีไซน์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการโครงสร้างการเคลื่อนย้ายข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อีกครั้งไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ผลกระทบต่อการใช้งานข้ามอุปกรณ์

แนวทางการพัฒนาของบริษัทมุ่งแก้ปัญหาความซับซ้อนของผู้ใช้งานที่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปพลิเคชันและระบบปัญญาประดิษฐ์ที่แยกส่วนกัน โดยระบบนิเวศของ Amazon มีการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างอุปกรณ์อยู่แล้ว เช่น การใช้งาน Ember Artline Fire TV ที่สามารถจดจำจุดที่คุณหยุดเล่นวิดีโอบน Prime Video แล้วให้ Alexa สั่งเล่นต่อบนทีวีอีกห้องหนึ่งได้ หรือการใช้งานแท็บเล็ตตัวใหม่ที่สามารถดำเนินบทสนทนาต่อจาก Echo Show ได้ทันที รวมถึงการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Alexa บน iOS, Android และเว็บ

ประเด็นที่ต้องพิจารณาและข้อจำกัดของผู้ใช้

แม้ระบบนิเวศจะถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงกัน แต่ผู้ใช้งานยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการจดจำแหล่งที่มาของข้อมูลหรือคำตอบที่ได้รับจากแอปพลิเคชันที่หลากหลาย นอกจากนี้ ฟีเจอร์ใหม่อย่าง "About You" ที่รวบรวมข้อมูลผู้ใช้งานยังคงอยู่ในขั้นตอนเบตา ขณะที่ระบบ Alexa+ ยังคงอยู่ในสถานะพรีวิว ซึ่งผู้ใช้งานต้องติดตามการพัฒนาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางการแข่งขันในตลาดบ้านอัจฉริยะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง Apple และ Google กำลังรุกคืบเช่นกัน

สิ่งที่ควรติดตามต่อ

แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มลำโพงและหน้าจออัจฉริยะ Echo ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ รวมถึงความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษาดีไซน์ Neo มีกำหนดการเปิดเผยเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมของกลยุทธ์บ้านอัจฉริยะจาก Amazon ชัดเจนยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

Amazon เปิดตัวแท็บเล็ตตระกูลใหม่ฝัง Alexa ในตัว ชูรุ่นท็อป 12 นิ้วจอ Nanomatte และโหมดอ่านหนังสือ

Amazon Alexa Tablet 12 Pro

Amazon ประกาศเปิดตัวแท็บเล็ตตระกูลใหม่ฝังระบบ Alexa ไว้ที่แกนกลาง มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 12 นิ้ว, 11 นิ้ว และ 8.7 นิ้ว โดยทุกรุ่นมาพร้อมบอดี้อะลูมิเนียมชิ้นเดียว ติดตั้งแอปพลิเคชัน Kindle แอปอื่น ๆ ของ Amazon และ Google Play Store มาให้ล่วงหน้า พร้อมทั้งรองรับฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa+ ที่ทำงานร่วมกับหน้าจอได้

รุ่นเรือธง 12 นิ้วเน้นทำงานและรุ่นความบันเทิง

รุ่นท็อปสุดคือ Amazon Alexa Tablet 12 Pro ขนาด 12 นิ้ว ใช้ชิป 4nm 8-core แรมสูงสุด 16GB ลำโพง Dolby Atmos 4 ตัว รองรับ Wi-Fi 6E และแบตเตอรี่ใช้งานดูวิดีโอได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง หน้าจอมีอัตราการรีเฟรช 120Hz อัตราส่วน 3:2 ความหนาแน่น 280 PPI มีให้เลือกทั้งแบบมาตรฐานและจอ Nanomatte ที่พัฒนาร่วมกับ Corning ด้วยการกัดผิวแก้วระดับซับพิกเซล ช่วยรักษาความคมชัดและสีสันแม้ในที่สว่าง รวมถึงให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษเมื่อใช้ร่วมกับ Alexa Tablet Pro Pen ราคา 90 ดอลลาร์ ขณะที่เคสคีย์บอร์ด Alexa Tablet Pro Keyboard มีราคา 150 ดอลลาร์ โดยรุ่นมาตรฐาน 8GB/128GB ราคาเริ่มต้น 500 ดอลลาร์ และรุ่น Nanomatte เริ่มต้น 550 ดอลลาร์

ส่วน Alexa Tablet 11 ออกแบบมาเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ มีหน้าจอ 2.5K อัตราส่วน 16:10 รีเฟรชเรท 90Hz ขับเคลื่อนด้วยชิป 8-core แรม 8GB ความจุ 64GB ลำโพง Dolby Atmos และแบตเตอรี่เล่นวิดีโอนานสูงสุด 15 ชั่วโมง มีสี Graphite, Amethyst และ Matcha ราคาเริ่มต้น 330 ดอลลาร์

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

รุ่นเล็กพกพาสะดวกและประสบการณ์ใช้งาน Kindle รูปแบบใหม่

สำหรับรุ่นพกพา Alexa Tablet 8 มาพร้อมหน้าจอ 8.7 นิ้ว ความบาง 7.95 มิลลิเมตร น้ำหนัก 329 กรัม ใช้ชิป 8-core แรม 4GB ความจุ 64GB มีสี Graphite, Rosette และ Teal ราคาเริ่มต้น 230 ดอลลาร์

ทั้งสามรุ่นมาพร้อมประสบการณ์การใช้งาน Kindle แบบใหม่ เมื่อเปิดหนังสือในแอป Kindle แท็บเล็ตจะปิดการแจ้งเตือน ลดแสงสีฟ้า และลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเลือกธีมการแสดงผลได้ 3 แบบ รวมถึงโทนสีกระดาษนุ่มนวลและสเกลสีเทาบริสุทธิ์

ความสามารถปัญญาประดิษฐ์และฟีเจอร์บนหน้าจอ

แท็บเล็ตทั้งสามรุ่นมาพร้อมฟีเจอร์ On-Screen Intelligence ของ Alexa+ ซึ่งผู้ใช้ต้องเลือกเปิดใช้งานด้วยตนเอง (off by default) ระบบนี้ช่วยให้ผู้ช่วยอัจฉริยะสามารถมองเห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอเพื่อตอบคำถามได้ เช่น การดึงวันที่จากหน้ากิจกรรมกีฬามาใส่ปฏิทิน หรือการค้นหาสินค้าที่ปรากฏในวิดีโอบน Amazon

กำหนดการวางจำหน่าย

แท็บเล็ต Amazon Alexa รุ่นใหม่ทั้งสามรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ผ่านทาง Amazon และผู้ค้าปลีกรายอื่น ส่วนในสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

อ่านต่อ →

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569

วิธีตั้งค่าแจ้งเตือนราคาสินค้าลดลงและระบบซื้ออัตโนมัติบน Amazon Alexa

Amazon Alexa shopping price drop alert app

ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Amazon สามารถตั้งค่าระบบแจ้งเตือนเมื่อราคาสินค้าปรับลดลง รวมถึงการใช้ฟีเจอร์ซื้อสินค้าอัตโนมัติเมื่อถึงราคาที่กำหนดไว้ โดยมีผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa for Shopping หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Rufus ทำหน้าที่ช่วยเหลือในการติดตามราคาและตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับประวัติราคาสินค้านั้น ๆ ผ่านอุปกรณ์ Echo หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

วิธีตรวจสอบประวัติราคาและการตั้งเป้าหมาย

ก่อนเริ่มต้นตั้งค่าการแจ้งเตือน ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าย้อนหลังได้ในระยะเวลา 30, 90 หรือ 365 วัน ผ่านปุ่มประวัติราคาบนหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้บริการจากบุคคลที่สาม เช่น CamelCamelCamel หรือ Keepa เพื่อติดตามประวัติราคาได้เช่นกัน แต่บริการเหล่านี้จะทำได้เพียงการตรวจสอบและรายงานผลเท่านั้น ไม่สามารถทำการสั่งซื้อสินค้าแทนผู้ใช้งานได้

การตั้งค่าแจ้งเตือนและระบบสั่งซื้ออัตโนมัติ

ผู้ใช้งานสามารถสั่งการผ่านอุปกรณ์ Echo หรือแอปพลิเคชันเพื่อขอให้ระบบช่วยติดตามสินค้าในราคาที่ต้องการได้โดยตรง เมื่อสินค้าถึงราคาดังกล่าว ระบบจะส่งการแจ้งเตือนให้ทราบ นอกจากนี้หากต้องการให้ระบบดำเนินการสั่งซื้อให้ทันที สามารถระบุคำสั่งซื้ออัตโนมัติได้โดยระบุเงื่อนไขราคาที่ชัดเจน เช่น การสั่งซื้อหูฟังเมื่อราคาลดลงเหลือ 75 ดอลลาร์สหรัฐหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งระบบจะทำการหักเงินผ่านช่องทางชำระเงินหลักที่ตั้งค่าไว้ทันทีเมื่อราคาสนนถึงเป้าหมาย

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

การติดตามหมวดหมู่สินค้าและการตั้งค่าการแจ้งเตือน

นอกจากการติดตามสินค้าเฉพาะเจาะจงแล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่าการติดตามตามหมวดหมู่สินค้าได้ เช่น เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซหรือหูฟังตัดเสียงรบกวน โดยกำหนดข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น งบประมาณ สี หรือฟีเจอร์เฉพาะตัว ระบบจะคอยส่งข้อมูลอัปเดตรายวันเมื่อมีข้อเสนอที่ตรงกับเงื่อนไขปรากฏขึ้น

ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

การใช้งานฟีเจอร์ซื้ออัตโนมัติมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ผู้ใช้งานต้องตรวจสอบให้แน่ใจ โดยบัญชีผู้ใช้งานจะต้องเป็นสมาชิก Prime จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์การสั่งซื้ออัตโนมัติได้ นอกจากนี้ คูปองและส่วนลดโปรโมชันจะไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบซื้ออัตโนมัติได้ ผู้ใช้งานจึงต้องคอยตรวจสอบด้วยตนเอง รวมถึงต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ภาษีการขายและค่าจัดส่ง นอกจากนี้ จำเป็นต้องเปิดใช้งานการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชัน Amazon บนสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS และ Android เสียก่อน เพื่อให้ระบบสามารถส่งข่าวสารการแจ้งเตือนราคาได้อย่างถูกต้อง

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

อัปเดตวิธีเปลี่ยนเสียงและปรับบุคลิกภาพใหม่ให้ Alexa สำหรับสมาชิก Amazon Prime และ Alexa+

Amazon Alexa Echo device voice settings

ผู้ใช้งานระบบสั่งการเสียง Alexa ที่เป็นสมาชิก Amazon Prime หรือ Alexa+ สามารถปรับแต่งรูปแบบการตอบสนองได้หลากหลายมากขึ้น โดย Amazon เปิดให้ผู้มีสิทธิ์ใช้งานสามารถเลือกเสียงได้สูงสุดแปดแบบขึ้นอยู่กับภูมิภาคและประเทศ รวมถึงเลือกรูปแบบบุคลิกภาพที่หลากหลายเพื่อให้การใช้งานมีสีสันยิ่งขึ้น โดยการปรับแต่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวเลือกความสนุกสนานเพิ่มเติมและไม่ได้ทำให้ความแม่นยำในการทำงานเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด

ทางเลือกเสียงและบุคลิกภาพใหม่

ผู้ใช้งานสามารถเลือกสไตล์บุคลิกภาพของ Alexa ได้ห้าแบบ ได้แก่ Brief, Chill, Sweet, Sassy และ Original ซึ่งแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้ตอบสนองด้วยโทนเสียงและอารมณ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ
  • Brief: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำตอบที่รวดเร็วและกระชับ
  • Chill: ให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองและเหมือนการสนทนาทั่วไป
  • Sweet: ให้โทนเสียงที่อบอุ่นและให้กำลังใจมากขึ้น
  • Sassy: เพิ่มความขี้เล่นและไหวพริบ โดยจะมีคำเตือนสำหรับผู้ใหญ่เนื่องจาก Alexa อาจมีการแซวคำถามและใช้คำพูดที่มีสีสันมากขึ้น

วิธีการเปลี่ยนเสียงและบุคลิกภาพ

การเปลี่ยนเสียงหรือบุคลิกภาพสามารถทำได้อย่างรวดเร็วผ่านคำสั่งเสียง เพียงแค่พูดว่า "Alexa, change your voice" เพื่อดูตัวเลือกเสียงที่มี หรือพูดว่า "Alexa, change your personality style" เพื่อเลือกบุคลิกภาพที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน Alexa บนอุปกรณ์ของคุณได้เช่นกัน โดยเข้าไปที่เมนู Devices ตามด้วย Your Device, Device Settings และเลือกหัวข้อเสียงหรือบุคลิกภาพที่ต้องการปรับแต่ง

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องพิจารณา

การตั้งค่าเสียงและบุคลิกภาพใหม่เหล่านี้จะส่งผลเฉพาะกับอุปกรณ์เครื่องที่กำลังใช้งานอยู่เท่านั้น หากต้องการให้ทุกเครื่องในบ้านใช้เสียงหรือบุคลิกภาพเดียวกัน ผู้ใช้จะต้องทำการตั้งค่าแยกทีละเครื่อง ในส่วนของเสียงคนดังรุ่นเก่าอย่าง Samuel L. Jackson, Melissa McCarthy และ Shaquille O'Neal นั้นไม่สามารถใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้ สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการเสียงสัตว์สำหรับเด็กจะต้องมีบริการ Amazon Kids+ และตั้งค่าภาษาของอุปกรณ์เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนการเปลี่ยนคำปลุกหรือ Wake Word ยังคงต้องตั้งค่าแยกต่างหากผ่านหน้าการตั้งค่าของอุปกรณ์ในแอปพลิเคชัน Alexa เช่นเดิม

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,

อ่านต่อ →