เตือนภัยนักเดินทาง: หยุดวางสมาร์ทโฟนลงในถาดตรวจสัมภาระ TSA โดยตรง ชี้เสี่ยงแหล่งสะสมเชื้อโรค

การเดินทางผ่านจุดตรวจความปลอดภัยสนามบินมักสร้างความเร่งรีบให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะขั้นตอนการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกจากกระเป๋าเพื่อใส่ลงในถาดพลาสติกของ TSA ซึ่งผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าถาดเหล่านี้อาจเป็นแหล่งสะสมของไวรัสและแบคทีเรีย และการวางอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสใบหน้าอย่างโทรศัพท์มือถือลงไปโดยตรงอาจส่งผลต่อสุขอนามัยของผู้ใช้งาน
ปัญหาด้านสุขอนามัยจากถาดตรวจสัมภาระ
ถาดพลาสติกที่ใช้ในจุดตรวจความปลอดภัยของสนามบินมีผู้คนจำนวนมากสัมผัสในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่ผู้โดยสารมักวางรองเท้าที่เปื้อนสิ่งสกปรก รวมถึงความเสี่ยงจากอุปกรณ์ของผู้ป่วยที่อาจนำมาวางไว้ร่วมกัน ข้อมูลจากบางการศึกษาพบว่าถาดเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ TSA มีข้อจำกัดด้านกำลังคนและเวลา ทำให้ความถี่ในการทำความสะอาดถาดมีน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณผู้โดยสารมหาศาล
ความเสี่ยงในการสูญหายและข้อจำกัดของอุปกรณ์
นอกเหนือจากเรื่องความสะอาดแล้ว การโยนโทรศัพท์มือถือปะปนกับสัมภาระชิ้นอื่นยังเสี่ยงต่อการหลงลืมหรือสูญหายได้ง่ายท่ามกลางความเร่งรีบในการเดินทางไปยังเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่อย่างแล็ปท็อป แท็บเล็ต และเครื่องเล่นเกมพกพา การหลีกเลี่ยงการสัมผัสทำได้ยากกว่า เนื่องจากข้อกำหนดส่วนใหญ่ของจุดตรวจ TSA ยังคงบังคับให้อציชิ้นส่วนเหล่านี้ต้องถูกแยกออกมาใส่ถาดต่างหาก เว้นแต่จุดตรวจนั้นจะใช้เครื่องสแกน CT ที่อนุญาตให้อุปกรณ์อยู่ภายในกระเป๋าได้
สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และแนวทางปฏิบัติ
เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคและความเสี่ยงในการสูญหาย ผู้โดยสารควรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บอุปกรณ์ชิ้นเล็กก่อนเข้าสู่เครื่อง X-ray โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้
- เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าเดินทางพกพา (carry-on) หรือกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตก่อนวางลงในถาด
- ใช้วิธีเดียวกันนี้กับสิ่งของขนาดเล็กอื่น ๆ เช่น กระเป๋าสตางค์และกุญแจ
- เตรียมล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทันทีหลังจากผ่านกระบวนการตรวจความปลอดภัย
- สำหรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ควรใส่เคสป้องกันเพื่อช่วยลดการสัมผัสโดยตรง
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: Airport Security, Smartphone, Tech Travel, TSA

<< หน้าแรก