ไขข้อสงสัยความเร็วอินเทอร์เน็ตกับแบนด์วิดท์ ต่างกันอย่างไรและส่งผลต่อการใช้งานอย่างไร

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมักเรียกแบนด์วิดท์ว่าความเร็วและใช้สองคำนี้แทนกัน รวมถึงวัดหน่วยเป็น Mbps และ Gbps เหมือนกัน ทำให้ผู้ใช้สับสนว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรและส่งผลอย่างไรต่อคุณภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในบ้าน
ความแตกต่างระหว่างความเร็วและแบนด์วิดท์
อินเทอร์เน็ตสปีดหรือความเร็วอินเทอร์เน็ต คือปริมาณข้อมูลที่เครือข่ายของคุณรับและส่งในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าความเร็วนั้น แท้จริงแล้วคือ Throughput หรืออัตราที่ข้อมูลเดินทางมาถึงอุปกรณ์ของคุณในขณะนั้น โดยเปรียบได้กับรถที่วิ่งถึงทางออกบนทางหลวง ส่วนแบนด์วิดท์คือความจุสูงสุดตามทฤษฎีที่การเชื่อมต่อของคุณรองรับได้ต่อวินาที เปรียบเสมือนจำนวนเลนบนถนนที่กำหนดเพดานสูงสุดของความเร็วอินเทอร์เน็ต
แบนด์วิดท์เป็นค่าคงที่ที่กำหนดโดยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและประเภทการเชื่อมต่อ โดยไฟเบอร์มักให้แบนด์วิดท์สูงสุด ขณะที่ DSL และดาวเทียมแบบดั้งเดิมให้ค่าน้อยกว่า (ยกเว้นดาวเทียมรุ่นใหม่อย่าง Starlink ที่มีความเร็วสูงกว่ามาก) แบนด์วิดท์นี้ไม่สามารถทดสอบได้ด้วยการวัดความเร็ว แต่เมื่อใช้งานเกินความจุ เช่น การสตรีมภาพยนตร์ 4K พร้อมกันหลายคน การวิดีโอคอล และการดาวน์โหลดเกม จะทำให้เกิดปัญหาคอขวดและเน็ตช้าลงเนื่องจากข้อมูลไม่มีพื้นที่เคลื่อนที่อย่างอิสระ
ค่าความหน่วงหรือ Latency
นอกจากเรื่องความเร็วและแบนด์วิดท์แล้ว ค่า Latency หรือปิง คือระยะเวลาที่ข้อมูลเดินทางจากอุปกรณ์ของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์และเดินทางกลับมา ซึ่งวัดเป็นมิลลิวินาที (ms) ยิ่งเซิร์ฟเวอร์อยู่ไกล ยิ่งทำให้ค่า Latency สูงขึ้นและรู้สึกว่าอินเทอร์เน็ตอืดแม้การดาวน์โหลดจะเร็ว ปัญหานี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเล่นเกมออนไลน์และการวิดีโอคอลที่ต้องใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และประเภทการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็มีผลต่อค่าปิงเช่นกัน
สิ่งที่คุณควรรู้เมื่ออินเทอร์เน็ตช้า
การอัปเกรดแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้มีแบนด์วิดท์สูงขึ้นอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป หากปัญหาที่แท้จริงคือค่า Latency สูงสำหรับเกมเมอร์หรือผู้ที่ต้องวิดีโอคอลบ่อยครั้ง โดยแนวทางแก้ไขมีดังนี้
- ใช้การเชื่อมต่อผ่านสาย Ethernet เพื่อช่วยลดปัญหา
- เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดสำหรับการเล่นเกม
- พิจารณาเปลี่ยนไปใช้เน็ตไฟเบอร์หากมีให้บริการในพื้นที่
- ใช้การทดสอบ bufferbloat ของ Waveform เพื่อยืนยันว่าปัญหาเกิดจากความหนาแน่นของเครือข่ายหรือไม่
- ตั้งค่า Quality of Service (QoS) บนเร้าเตอร์เพื่อจัดลำดับความสำคัญของแอปพลิเคชันและอุปกรณ์
- หากผลทดสอบความเร็วต่ำกว่าแบนด์วิดท์ของแพ็กเกจมาก ปัญหาอาจอยู่ที่ Wi-Fi เร้าเตอร์ ซึ่งควรเลือกใช้คลื่น 5GHz หรือ 6GHz หรือใช้สาย Ethernet แทน
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

<< หน้าแรก