วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Capcom เตรียมยกระดับ RE Engine ด้วยโครงการ REX ดึงเทคโนโลยี AI ช่วยเร่งความเร็วการพัฒนาเกม

Capcom RE Engine game development AI

ค่ายเกมชื่อดังอย่าง Capcom เตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในกระบวนการพัฒนาเกม เพื่อรับมือกับขนาดของเกมและชุดข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาในการพัฒนามีความยาวนานกว่าเดิม โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกเปิดเผยขึ้นระหว่างงานประชุมของบริษัท

ยกระดับ RE Engine สู่ยุคใหม่ผ่านโครงการ REX

Capcom วางแผนพัฒนาครั้งใหญ่สำหรับ RE Engine ซึ่งเป็นเอนจินเกมกรรมสิทธิ์ของบริษัท ผ่านโปรเจกต์ที่ใช้ชื่อว่า REX เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นเอนจินเกมแห่งยุคปัญญาประดิษฐ์ Satoshi Ishida โปรแกรมเมอร์ของ Capcom ได้อธิบายรายละเอียดภายในงานประชุมว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ขอบเขตการใช้งานและการจำกัดเนื้อหา

แม้บริษัทจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงาน แต่ทาง Capcom เคยระบุจุดยืนไว้อย่างชัดเจนในการประชุมผู้ถือหุ้นก่อนหน้านี้ว่า จะไม่มีการใช้คอนเทนต์หรือชิ้นงานที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ภายในเกมของตน โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการสำรวจวิธีใช้งานเพื่อช่วยเหลือในด้านกราฟิก เสียง และการเขียนโปรแกรมเท่านั้น ไม่ใช่การสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองทั้งหมด

ทิศทางของอุตสาหกรรมเกมในปัจจุบัน

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาเกมกำลังได้รับความสนใจจากบริษัทเกมขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ Epic Games ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการผสานการทำงานร่วมกับโมเดลอย่าง Claude และ Gemini เข้าสู่ Unreal Engine

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และทิศทางในอนาคต

การปรับปรุงกระบวนการพัฒนาผ่านโครงการ REX นี้เกิดขึ้นในขณะที่ Capcom มีความต้องการปัดฝุ่นและนำแฟรนไชส์เกมรุ่นเก่ากลับมาสร้างชีวิตชีวาใหม่อีกครั้ง โดยมีตัวอย่างความสำเร็จจากการวางจำหน่ายเกม Onimusha: Way of the Sword ที่ผ่านมา ซึ่งการใช้เทคโนโลยีช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาอาจช่วยสนับสนุนเป้าหมายนี้ได้

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,