ไขข้อสงสัยเรื่องพอร์ต Ethernet บนเราเตอร์ เลือกใช้ให้ถูกจุดช่วยเพิ่มความเร็วเครือข่ายได้อย่างไร

พอร์ต Ethernet ด้านหลังเราเตอร์อาจดูคล้ายกันทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงพอร์ตเหล่านี้อาจไม่ได้มีไว้ใช้งานประเภทเดียวกัน และบางรุ่นยังมีความเร็วสูงสุดที่แตกต่างกันอีกด้วย การเลือกใช้งานพอร์ตที่ถูกต้องจึงต้องพิจารณาจากอุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อและความสามารถในการสื่อสารของอุปกรณ์ทั้งสองด้าน โดยเริ่มต้นจากการแยกแยะระหว่างพอร์ต WAN และ LAN
ความแตกต่างระหว่างพอร์ต WAN และ LAN
หากเราเตอร์เชื่อมต่อกับโมเด็มแยกต่างหากหรืออุปกรณ์เทอร์มินัลไฟเบอร์ (ONT) สาย Ethernet จากอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องเสียบเข้ากับพอร์ต WAN หรือพอร์ตอินเทอร์เน็ตของเราเตอร์ ซึ่งหมายถึงเครือข่ายบริเวณกว้างสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของบริการอินเทอร์เน็ต ส่วนในกรณีที่เป็นเราเตอร์และโมเด็มรวมอยู่ในเครื่องเดียวจะไม่จำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อส่วนนี้ เนื่องจากอุปกรณ์ชิ้นเดียวทำหน้าที่ครบทั้งสองฟังก์ชัน
สำหรับการเชื่อมต่ออื่น ๆ โดยทั่วไปจะเป็นพอร์ต LAN (Local Area Network) ซึ่งใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในบ้าน เช่น เดสก์ท็อป PC, เครื่องเล่นเกม, สมาร์ท TV หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย (NAS) แม้จะมีพอร์ต LAN หลายพอร์ต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเตอร์จะมีอินเทอร์เน็ตแยกกันหลายชุด แต่เป็นการช่วยให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์มีสายได้โดยตรงแทนการใช้ไร้สาย เรเตอร์บางรุ่นอาจมีพอร์ตที่ระบุว่า WAN/LAN ซึ่งทำหน้าที่ได้ทั้งสองอย่าง หรือใช้พอร์ตแบบตรวจจับอัตโนมัติแทนช่อง WAN เฉพาะ หากไม่มีการระบุชัดเจน คู่มือการตั้งค่าหรือสเปกจะระบุพอร์ตที่ต้องใช้งาน
ความเร็วของพอร์ต LAN ที่ไม่เท่ากัน
เมื่อพิจารณาในส่วนของ LAN ความเร็วคือสิ่งถัดมาที่ต้องใส่ใจ เราเตอร์บางรุ่นมีพอร์ต LAN เหมือนกันทั้งหมด ขณะที่บางรุ่นเช่น Netgear Orbi 870 มีการผสมผสานระหว่างการเชื่อมต่อแบบกิกะบิตและมัลติกิกะบิตไว้ในเครื่องเดียวกัน ป้ายกำกับอย่าง 1G, 2.5G, 5G และ 10G จะบ่งบอกถึงความเร็วลิงก์สูงสุดที่ 1Gbps, 2.5Gbps, 5Gbps และ 10Gbps หรืออาจระบุตามมาตรฐาน Ethernet เช่น 1000BASE-T, 2.5GBASE-T และ 10GBASE-T ในคู่มือ
ตัวอย่างเช่น TP-Link Archer BE900 มีพอร์ต LAN แบบ 2.5Gbps จำนวน 4 พอร์ต และการเชื่อมต่อแบบ 10Gbps ที่รองรับได้ทั้ง WAN หรือ LAN ทั้งนี้ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าพอร์ต 1 จะเร็กว่าพอร์ต 4 เพียงเพราะตำแหน่งหรือตัวเลข หากพอร์ต LAN ทั้งหมดรองรับความเร็วเท่ากันและไม่มีฟังก์ชันพิเศษ การสลับอุปกรณ์ไปพอร์ตอื่นจะไม่ทำให้การเชื่อมต่อเร็วขึ้น เว้นแต่พอร์ตจะมีเรตความเร็วหรือบทบาทที่ต่างกัน
ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และความเร็วอุปกรณ์
พอร์ต 10Gbps ไม่ได้มอบการเชื่อมต่อ 10Gbps ให้กับทุกอุปกรณ์ที่เสียบโดยอัตโนมัติ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ Ethernet ส่วนอื่นต้องรองรับความเร็วนั้นด้วย หากคอมพิวเตอร์มีอะแดปเตอร์ Ethernet แบบ 1Gbps การเชื่อมต่อกับพอร์ตเราเตอร์ที่เร็วกว่าก็ไม่สามารถอัปเกรดความเร็วของคอมพิวเตอร์ได้ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ทองแดงมักใช้ระบบเจรจาต่อรองอัตโนมัติเพื่อให้ได้ค่ากำหนดลิงก์ที่รองรับทั้งสองฝ่าย
ในทางกลับกัน หากเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่มี Ethernet 2.5Gbps เข้ากับพอร์ต LAN 1Gbps พอร์ตที่ช้ากว่าจะกลายเป็นตัวจำกัดความเร็วทันที ดังนั้นเพื่อให้ได้ลิงก์ที่เร็วขึ้น ทั้งพอร์ตเราเตอร์ อินเทอร์เฟซ Ethernet ของอุปกรณ์ และสายเคเบิลระหว่างกลางจะต้องรองรับมาตรฐานที่สูงกว่าทั้งหมด นอกจากนี้ ชื่อสายเคเบิลอย่าง Cat5e, Cat6 และ Cat6A เป็นหมวดหมู่สาย ไม่ใช่ความเร็วพอร์ตของเราเตอร์ ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการเลือกพอร์ต Cat6 บนเราเตอร์ แต่ประเภท คุณภาพ ความยาว และการติดตั้งสายเคเบิลล้วนส่งผลต่อความเร็วที่รองรับได้อย่างเสถียร
การรับส่งข้อมูลภายในเครือข่าย LAN
แผนอินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นตัวจำกัดทุกสิ่งเสมอไปเมื่อใช้งานผ่าน Ethernet อุปกรณ์สองเครื่องที่สื่อสารกันภายในบ้านบนวง LAN ไม่จำเป็นต้องส่งทราฟฟิกผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น พีซีและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่ายที่เชื่อมต่อผ่าน Ethernet 2.5Gbps สามารถถ่ายโอนไฟล์ข้ามเครือข่ายท้องถิ่นด้วยความเร็วที่สูงกว่าการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ทั่วไปอย่างมาก
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

<< หน้าแรก