วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

Pangram ขยายขีดความสามารถเครื่องมือตรวจจับ AI รองรับไฟล์วิดีโอและรูปภาพแล้ว

Pangram AI detection video image tools

Pangram ผู้ให้บริการเครื่องมือตรวจจับข้อความที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ขยายบริการด้วยการเปิดตัวเครื่องมือใหม่สำหรับตรวจจับรูปภาพและวิดีโอที่สร้างหรือผ่านการตัดต่อด้วย AI อัปเดตล่าสุดนี้เปิดให้ผู้สมัครสมาชิกใช้งานแล้ว เพื่อช่วยจำแนกสื่อดิจิทัลท่ามกลางปัญหาคอนเทนต์ปลอมแปลงที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

ความสามารถในการตรวจจับวิดีโอและรูปภาพ

ผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิก Pangram สามารถอัปโหลดวิดีโอเพื่อรับการประเมินได้ว่าคลิปดังกล่าวถูกสร้างขึ้นหรือผ่านการแก้ไขด้วย AI หรือไม่ ระบบสามารถแยกระหว่างคลิปที่เป็น AI บางส่วนและคลิปที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แผนผังความร้อน (heatmap) เพื่อระบุจุดในวิดีโอที่มีโอกาสเป็นผลงานจาก AI โดยโมเดลเบื้องหลังมีความโดดเด่นในการตรวจจับวิดีโอจาก AI ยุคใหม่ และจากการทดสอบภายในระบุว่าสามารถตรวจจับคอนเทนต์วิดีโอ AI ได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า 98 เปอร์เซ็นต์

ในส่วนของรูปภาพ Pangram ได้นำโมเดล Pangram Image 1.0 ซึ่งเคยเปิดตัวในรูปแบบพรีวิวงานวิจัย มาให้บริการผ่านส่วนขยาย Chrome extension เพื่อสแกนรูปภาพบนหน้าเว็บเบราว์เซอร์โดยอัตโนมัติ ทางบริษัทระบุว่าโมเดลรูปภาพนี้สามารถตรวจจับรูปภาพ AI ได้มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการแจ้งเตือนผิดพลาด (false positive rate) อยู่ที่ 0.27 เปอร์เซ็นต์

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ข้อจำกัดและสิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้

เครื่องมือตรวจจับรูปภาพและวิดีโอชุดใหม่นี้เปิดให้บริการแก่ผู้ที่มีบัญชีสมาชิก Pangram โดยผู้ใช้บัญชีฟรีสามารถทดลองตรวจสอบรูปภาพได้จำนวนหนึ่งโดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจชำระเงิน อย่างไรก็ตาม การใช้งานยังมีข้อควรพิจารณาในด้านความละเอียดของภาพ โดยทางบริษัทระบุว่ารูปภาพที่มีความละเอียดต่ำกว่า 512 x 512 พิกเซล จะมาพร้อมกับคำเตือนว่าความมั่นใจในการตรวจสอบลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำในการตรวจสอบภาพบางประเภท

ความท้าทายในการพัฒนาโมเดล

แม็ก สเปโร (Max Spero) ซีอีโอของ Pangram เปิดเผยถึงความท้าทายในการพัฒนาโมเดลตรวจจับรูปภาพว่า กล้องโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่รวมถึง iPhone มีการประمผลภาพด้วย AI ในระดับหนึ่งเพื่อเพิ่มรายละเอียดให้กับภาพถ่ายจริง ทีมงานจึงต้องสร้างโมเดลที่มีความทนทานต่อกระบวนการโพสต์โปรเซสซิ่งดังกล่าว พร้อมกับทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการแก้ไขภาพด้วย AI และภาพที่ถูกสร้างขึ้นโดย AI ทั้งหมด นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเคยเลื่อนการปล่อยโมเดลรูปภาพออกไป เพื่อทดสอบกับสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro เนื่องจากโมเดลในระยะแรกเคยตรวจจับภาพจากกล้องของโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวว่าเป็นภาพจาก AI มาก่อน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,