ไมโครซอฟท์เปิดให้ผู้ใช้ทุกคนใช้งานฟีเจอร์แปลงแผ่นเกม Xbox เป็นดิจิทัลได้แล้ว

ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัวโปรแกรมการออกไลเซนส์ disc-to-digital ให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แล้ว หลังจากการเปิดตัวแผนงานดังกล่าวในเดือนสิงหาคมเพื่อให้ผู้เล่นนำคลังเกมแบบแผ่นติดตัวไปในยุคดิจิทัล ซึ่งฟีเจอร์นี้เปิดให้ผู้เล่นสร้างสำเนาแบบดิจิทัลให้กับเกมที่เป็นแผ่นได้ โดยก่อนหน้านี้จำกัดไว้เฉพาะกลุ่ม Xbox Insiders เท่านั้น
การทำงานและวิธีใช้งานฟีเจอร์
ผู้ใช้งานสามารถรับสิทธิ์ไลเซนส์ดิจิทัลสำหรับเกมได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใส่แผ่นเกมในขณะที่ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Xbox ของตนเอง จากนั้นจะมีข้อความป๊อปอัปแจ้งเตือนเมื่อระบบสร้างไลเซนส์เสร็จสิ้น และจะทำให้สามารถเล่นเกมดังกล่าวได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่แผ่นเกมค้างไว้ในไดรฟ์ หากผู้ใช้ไม่ได้รับข้อความยืนยัน อาจเป็นเพราะเคยสร้างโทเค็นดิจิทัลสำหรับเกมนั้นไปแล้ว หรือเกมดังกล่าวไม่รองรับฟีเจอร์นี้
ข้อจำกัดและเกมที่รองรับ
ฟีเจอร์นี้รองรับเกมสำหรับเครื่อง Xbox Series X และ Xbox One แต่ในปัจจุบันยังไม่มีเกมจาก Xbox 360 หรือ Xbox รุ่นดั้งเดิมที่รองรับฟีเจอร์นี้ นอกจากนี้ สำหรับเครื่อง Xbox Series S จะไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากไม่มีไดรฟ์อ่านแผ่น และในส่วนของเกมที่มีสถานะเป็น Xbox Play Anywhere จะสามารถติดตั้งและเล่นบนพีซีได้เช่นกันเมื่อทำการแปลงแล้ว
สิ่งสำคัญต่อการใช้งานและตลาดมือสอง
เกมที่ผ่านการแปลงเป็นดิจิทัลแล้วจะมีป้ายกำกับแสดงไว้ในคลังเกมเพื่อให้สังเกตได้ง่าย และหากผู้ใช้ต้องการเพิ่มเกมหลายแผ่นติดต่อกัน ไมโครซอฟท์แนะนำให้ปิดการตั้งค่าการเล่นแผ่นอัตโนมัติบนเครื่อง Xbox เพื่อความสะดวกในการสลับแผ่น ในด้านของแผ่นเกมและการซื้อขายมือสอง แผ่นเกมจะยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่ไลเซนส์ดิจิทัลจะผูกติดกับตัวแผ่น ไม่ใช่บัญชีของผู้ใช้ หากมีการขายหรือให้ผู้อื่นยืมแผ่น ไลเซนส์จะถูกโอนไปยังบัญชีของผู้ที่นำแผ่นใส่เครื่องคอนโซลแทน ทำความหมายว่าตลาดมือสองจะยังคงทำงานได้ตามรูปแบบเดิม
สิ่งที่ควรติดตามต่อ
การปล่อยเทคโนโลยีนี้ของไมโครซอฟท์สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมให้กับคลังเกมเดิมสำหรับเครื่อง Xbox รุ่นถัดไปที่มีชื่อโค้ดเนมว่า Project Helix ซึ่งอาจไม่มีไดรฟ์อ่านแผ่นเกม ขณะที่คู่แข่งอย่าง PlayStation ยังไม่มีการประกาศฟีเจอร์ลักษณะเดียวกัน แม้ว่าจะมีการประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมสำหรับเกมใหม่บน PS5 ในปี 2028 ก็ตาม
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: Gaming, Microsoft, Xbox, Xbox One, Xbox Series X

<< หน้าแรก