ส่องประวัติศาสตร์รถยนต์ติดพัดลมสร้างแรงกด ก่อน Tesla Roadster จะนำเทคโนโลยีนี้กลับมาเป็นกระแส

การเปิดตัว Tesla Roadster รุ่นถัดไปมาพร้อมกับการแสดงสาธิตความสามารถในการขับรถขึ้นทางลาดรูปตัวซีและหยุดค้างในแนวตั้งฉาก รวมถึงการจำลองการลอยตัวและการใช้ระบบพัดลมหลายโหมดร่วมกับระบบซีลใต้ท้องรถ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวสร้างแรงกดดึงอากาศจากใต้ท้องรถ ทำให้ตัวรถยึดติดกับพื้นผิวได้ในทุกความเร็ว อย่างไรก็ตาม แนวคิดการใช้ระบบพัดลมเพื่อสร้างแรงกดไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ เนื่องจากในอดีตมีรถยนต์หลายรุ่นที่เคยนำเทคโนโลยีลักษณะดังกล่าวมาใช้งานแล้วในการแข่งขันและวงการยานยนต์
จุดเริ่มต้นจากรถแข่งรุ่นอดีต
ย้อนกลับไปในปี 1970 นักขับรถแข่งชาวอเมริกัน Jim Hall และ Hap Sharp ได้นำรถแข่งรุ่น Chaparral 2J เข้าร่วมการแข่งขัน Can-Am Championship โดยตัวรถติดตั้งระบบดูดอากาศที่มีพัดลมสองตัวซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องยนต์รถถังทหาร และมีแผ่นโพลีคาร์บอเนตใสทำหน้าที่กั้นอากาศรอบคัน เพื่อช่วยให้พัดลมสร้างแรงดูดใต้ท้องรถได้ นอกจากนี้ ในปี 1978 รถแข่ง F1 รุ่น Brabham BT46 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Fan Car ซึ่งออกแบบโดย Gordon Murray ก็ได้ติดตั้งพัดลมขนาดใหญ่ที่ด้านหลังเพื่อช่วยระบายความร้อนและดึงอากาศใต้ท้องรถเช่นกัน โดยรถรุ่นนี้เคยลงแข่งขันเพียงครั้งเดียวในรายการ Swedish Grand Prix ปี 1978 และคว้าชัยชนะในการแข่งขันนั้น
ความเคลื่อนไหวจากค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
หลังจากการเปิดตัวของ Tesla Roadster ทาง McMurtry Automotive ได้เคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมด้วยวิดีโอของรถสปอร์ตไฟฟ้า Spéirling ที่แสดงความสามารถในการเกาะอยู่บนแพลตฟอร์มหมุนในแนวดิ่ง โดยรถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีดูดอากาศ Downforce-on-Demand ที่มีพัดลมสองตัวและเปิดตัวเวอร์ชันผลิตจริง Spéirling Pure ในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งมีความสามารถในการสร้างแรงกดเพื่อให้ตัวรถยึดติดกับพื้นผิวได้แม้ในขณะจอดนิ่ง
สิ่งที่ผู้ใช้และผู้สนใจควรทราบ
สำหรับผู้ที่สนใจจองรถยนต์ Tesla Roadster ทาง Elon Musk ระบุว่าตัวรถมีกำหนดเข้าสู่กระบวนการผลิตในปี 2028 โดยเปิดให้จองล่วงหน้าแล้ว แบ่งเป็นรุ่นพื้นฐานที่ต้องใช้เงินจอง 50,000 ดอลลาร์ และรุ่น Thrust trim ที่มาพร้อมระบบดูดอากาศและทรัสเตอร์เร่งความเร็วซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการจอง 250,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่ง McMurtry Automotive จะผลิตรถสปอร์ตไฟฟ้า Spéirling จำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ในราคาเริ่มต้น 132,300 ดอลลาร์ โดยคาดว่าจะส่งมอบให้ลูกค้ารายแรกได้ก่อนสิ้นปีนี้
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: Brabham BT46, Chaparral 2J, McMurtry Spéirling, Roadster, Tesla

<< หน้าแรก