วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ไขข้อสงสัย Passkey กับรหัสผ่านแบบเดิม ต่างกันอย่างไร และทำไมถึงควรเปลี่ยนมาใช้

Passkey vs password security authentication biometrics

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Passkey และรหัสผ่านแบบเดิม ไขข้อข้องใจระบบยืนยันตัวตนแบบใหม่ที่ปลอดภัยกว่า ป้องกันฟิชชิ่ง และใช้งานง่ายขึ้นบนอุปกรณ์ต่างๆ

ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายคนคงคุ้นเคยกับการถูกแจ้งเตือนให้เพิ่ม Passkey ลงในบัญชีออนไลน์ต่างๆ แม้รหัสผ่านแบบเดิมจะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยมานาน แต่ก็มีปัญหาด้านความปลอดภัยมากมาย ขณะที่ Passkey เข้ามาช่วยยกระดับความปลอดภัยได้อย่าง solid แต่ก็ยังไม่รองรับการใช้งานบนทุกเว็บไซต์

แม้ Passkey จะเป็นมาตรฐานใหม่ที่ดีกว่าเดิมในหลายด้าน แต่ผู้ใช้ก็ยังต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมเฉพาะตัวของมัน เนื่องจาก Passkey จะผูกติดอยู่กับอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นชุดข้อความที่ต้องจำในหัว ทำให้ต้องระมัดระวังไม่ให้สูญเสียการเข้าถึงอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไว้ นอกจากนี้ การแบ่งปันให้เพื่อนใช้งานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับการบอกรหัสผ่านแบบเดิม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การเปลี่ยนมาใช้ Passkey ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ใช้งานโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน

การทำงานระหว่างรหัสผ่านและ Passkey

รหัสผ่านแบบคลาสสิกคือชุดข้อความลับที่ใช้ยืนยันตัวตนกับบัญชี ซึ่งเว็บไซต์ที่ดีจะไม่เก็บรหัสผ่านในรูปแบบข้อความดิบเพราะมีความเสี่ยงสูงหากเกิดการรั่วไหลของข้อมูล แต่จะใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์แปลงเป็นรหัสยุ่งเหยิงที่เรียกว่าแฮช (hash) และเมื่อผู้ใช้กรอกรหัสผ่าน ระบบจะนำไปเทียบกับฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมอย่างการใส่ค่าสุ่มเพื่อป้องกันการคาดเดา

ในทางตรงกันข้าม Passkey ไม่กำหนดให้ผู้ใช้ต้องจำข้อความใดๆ แต่จะอาศัยกุญแจสองดอกคู่กัน คือกุญแจสาธารณะที่เว็บไซต์จัดเก็บไว้ และกุญแจส่วนตัวที่เก็บบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ เมื่อพยายามเข้าสู่ระบบ เว็บไซต์จะร้องขอให้ยืนยันตัวตนผ่านกุญแจที่อยู่ในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ โดยใช้ระบบยืนยันตัวตนที่มีอยู่แล้ว เช่น การสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือรหัสพินของเครื่อง

จุดอ่อนของรหัสผ่านที่ Passkey แก้ไขได้

ปัญหาความยุ่งยากในการสร้างและจำรหัสผ่านที่รัดกุมทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาง่ายและใช้ซ้ำกันในหลายเว็บไซต์ ส่งผลให้ผู้ไม่หวังสามารถหลอกลวงเพื่อขโมยข้อมูลหรือเจาะระบบฐานข้อมูลได้ง่ายขึ้น แม้จะมีโปรแกรมจัดการรหัสผ่านคอยช่วย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการใช้งานผิดวิธีหรือการเผลอกรอกข้อมูลลงในเว็บไซต์ปลอม

ระบบ Passkey เข้ามาแก้ปัญหาที่ต้นตอเพราะไม่เปิดโอกาสให้สร้างชุดข้อมูลที่อ่อนแอได้ และตัวมาตรฐานยังถูกออกแบบมาให้ผูกติดกับโดเมนเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถเผลอนำไปกรอกบนเว็บไซต์ปลอมเพื่อส่งมอบข้อมูลให้คนอื่นได้เหมือนรหัสผ่านทั่วไป นอกจากนี้ Passkey ยังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทั้งในแง่ของสิ่งที่มีอยู่ร่วมกับสิ่งที่เป็นหรือสิ่งที่รู้ ทำให้ลดความจำเป็นในการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนแบบเดิมลงไปได้

เริ่มต้นใช้งาน Passkey อย่างไร

ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าของบัญชีออนไลน์ต่างๆ และมองหาหัวข้อความปลอดภัยหรือการเข้าสู่ระบบเพื่อเปิดใช้งาน โดยระบบปฏิบัติการอย่าง macOS และ iOS จะจัดเก็บไว้ในแอป Passwords ส่วน Android ใช้ Google Password Manager และ Windows 11 จะเก็บบนเครื่องผ่านหน้าการตั้งค่าบัญชี แม้ระบบปฏิบัติการ Linux จะยังไม่รองรับการใช้งานโดยตรง แต่ผู้ใช้สามารถเลือกเก็บไว้ในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านภายนอกได้เช่นกัน

การเลือกเก็บ Passkey ไว้ในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านโดยเฉพาะจะช่วยให้การใช้งานข้ามอุปกรณ์มีความสะดวกมากขึ้น และป้องกันการสูญหายหากอุปกรณ์หลักเสียหาย เมื่อตั้งค่าเสร็จสิ้นแล้ว การเข้าสู่ระบบครั้งต่อไปจะทำได้เพียงแค่การยืนยันตัวตนผ่านอุปกรณ์ ซึ่งรวดเร็วและปลอดภัยกว่าการพิมพ์รหัสผ่านแบบเดิม โดยในบางบริการ Passkey อาจเข้ามาแทนที่รหัสผ่านหรือทำงานร่วมกัน ดังนั้นจึงควรตั้งรหัสผ่านสำรองให้มีความแข็งแกร่งร่วมด้วยในกรณีที่ใช้งานควบคู่กัน

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ป้ายกำกับ: , , , ,