วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Framework Laptop 12 แล็ปท็อปรุ่นประหยัด ได้รับการอัปเกรดสเปกครั้งใหญ่ด้วยชิป Intel Core Series 3

Framework Laptop 12 Intel Core Series 3 laptop

Framework ประกาศอัปเกรดแล็ปท็อปรุ่นเล็ก Framework Laptop 12 ครั้งใหญ่ ด้วยชิป Intel Core Series 3 แบตเตอรี่อึดขึ้น รองรับ RAM สูงสุด 48GB และมีตัวเลือกติดตั้งระบบ Linux มาให้พร้อมใช้งาน

หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นไฮเอนด์ขนาด 13 นิ้วไป ทาง Framework ก็ได้หันมาให้ความสนใจกับแล็ปท็อปรุ่นน้องขนาดกะทัดรัดและมีสีสันสดใสอย่างรุ่นเล็กสุดของค่าย โดยการอัปเกรดครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับฮาร์ดแวร์ภายในให้ทรงพลังยิ่งขึ้น เพื่อแก้จุดอ่อนด้านความคุ้มค่าจากรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้

การปรับปรุงครั้งสำคัญคือการใส่ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดจาก Intel เข้ามา ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพที่สูงขึ้น พร้อมทั้งประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม โดยอาศัยเทคโนโลยีความประหยัดพลังงานที่ต่อยอดมาจากรุ่นพี่อย่าง Framework Laptop 13 Pro

สเปกภายในและชิปประมวลผลชุดใหม่

สำหรับรุ่นสำเร็จรูปที่ประกอบเสร็จพร้อมใช้งาน จะมาพร้อมกับตัวเลือกชิปประมวลผล 3 ระดับ ได้แก่ Core 3, Core 5 และ Core 7 ซึ่งจะจับคู่มากับขนาดหน่วยความจำหรือ RAM ที่แตกต่างกันตามรุ่น ประกอบด้วย 8GB, 16GB และ 32GB ตามลำดับ

ทางบริษัทระบุว่าชิปตัวใหม่นี้ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป Core 5 ซึ่งทำผลงานในการสตรีมวิดีโอผ่าน Netflix ได้ดีกว่ารุ่นเดิมที่ใช้ชิป Core i5 ถึง 70 ค่อนข้างน่าประทับใจ

ในส่วนของหน่วยความจำ แม้ว่ารุ่นเริ่มต้นจะให้ RAM มาที่ 8GB ซึ่งอาจจะดูน้อยไปสักนิดในสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน แต่ผู้ใช้ก็สามารถเลือกอัปเกรดเพิ่มความจุ RAM ได้สูงสุดถึง 48GB โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการอัปเกรดดังกล่าว

การเชื่อมต่อและฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มเข้ามา

การเปลี่ยนมาใช้ชิป Intel รุ่นใหม่ยังช่วยปลดล็อกฟีเจอร์การเชื่อมต่อที่ทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงการรองรับพอร์ต Thunderbolt 4 บนการ์ดขยาย Expansion Cards สองช่องจากทั้งหมดสี่ช่องที่สามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังได้อานิสงส์จากหน่วยความจำ RAM แบบ DDR5 ที่มีความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย

แม้ว่าหน้าจอแสดงผลขนาด 12.2 นิ้วจะยังคงใช้สเปกเดิม แต่ตัวเครื่องตอนนี้เปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับแต่งเพิ่มคีย์บอร์ดแบบมีไฟแบ็คไลท์และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้าไปในตัวเครื่องได้

สำหรับผู้ที่ซื้อรุ่นสำเร็จรูปที่เป็นชิป Core 5 และ Core 7 ที่รันระบบปฏิบัติการ Linux จะได้รับฟีเจอร์ทั้งสองอย่างนี้ติดตั้งมาให้เป็นค่าเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ

ทางเลือกสำหรับสาย Linux และราคาจำหน่าย

เนื่องจากสถิติตัวเลขระบุว่ามีผู้ใช้งานรุ่นดั้งเดิมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่เลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ทางบริษัทจึงตัดสินใจนำเสนอโมเดลใหม่นี้ในแบบที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Fedora มาให้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่โรงงาน ในขณะที่ระบบ Windows 11 จะมีให้เลือกเป็นตัวเลือกเสริมโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ทางค่ายยังได้ส่งมอบฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่นี้ให้กับนักพัฒนาของลินุกซ์ดิสโทรอื่น ๆ ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์จะรองรับการทำงานได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่สินค้าเริ่มจัดส่ง

ตัวเครื่องรุ่นสำเร็จรูปที่รันระบบ Linux ในสีเขียว จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่น DIY ที่ผู้ใช้ต้องนำไปประกอบเองจะมีราคาเริ่มต้นที่ 549 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีให้เลือกหลากหลายสีสัน ทั้งสีดำ สีเทา สีม่วงอ่อน สีชมพู และสีเขียว ซึ่งทางบริษัทเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ว และมีแผนที่จะเริ่มจัดส่งสินค้าชุดแรกในช่วงเดือนตุลาคมนี้

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ดูสินค้าบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ป้ายกำกับ: , , ,