สรุปดราม่า NVIDIA DLSS 5 เทคโนโลยีเรนเดอร์ภาพเกมด้วย AI ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

NVIDIA เผยโฉม DLSS 5 ในงานประชุม GTC เมื่อวันที่ 16 มีนาคม โดยระบุว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่สุดด้านกราฟิกนับตั้งแต่การเปิดตัว real-time ray tracing ในปี 2018 เทคโนโลยีนี้อ้างว่าจะมอบภาพคุณภาพโฟโตเรอัลด้วย AI ผ่านการวาดแสงและวัสดุใหม่ในเกมแบบเรียลไทม์ แต่กลับสร้างกระแสต่อต้านจากเกมเมอร์และนักพัฒนาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง พร้อมข้อกล่าวหาว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาทับซ้อนทิศทางศิลปะดั้งเดิมของเกม
วิวัฒนาการของ DLSS สู่เวอร์ชัน 5 ที่ต่างออกไป
ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2018 เทคโนโลยี DLSS มีหน้าที่หลักคือการทำให้เกมรันได้เร็วขึ้น รุ่นดั้งเดิมเรนเดอร์เกมที่ความละเอียดต่ำแล้วใช้ AI สร้างภาพที่คมชัดขึ้น ขณะที่รุ่นหลัง ๆ เพิ่มการสร้างเฟรมด้วย AI ระหว่างเฟรมที่เรนเดอร์ โดย DLSS 4.5 พร้อม Dynamic Multi Frame Generation ที่ประกาศในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ดึงพิกเซลบนหน้าจอผ่านท่อส่งข้อมูลผสมรวมกันถึง 23 จาก 24 พิกเซล ซึ่งภาพพื้นฐานยังคงเป็นของนักพัฒนาเกม
อย่างไรก็ตาม DLSS 5 แตกต่างออกไปอย่างมากเพราะมันเข้าไปเปลี่ยนแปลงตัวภาพโดยตรง โดยป้อนข้อมูลสีและเวกเตอร์การเคลื่อนไหวของแต่ละเฟรมเข้าสู่โมเดล neural rendering แบบเรียลไทม์เพื่อวาดองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง เส้นผม ผ้า และแสงใหม่ ขณะที่ซีอีโอ Jensen Huang เรียกว่าเป็นช่วงเวลา GPT สำหรับกราฟิก โดยมีผู้จัดจำหน่ายเกมระดับโลกเข้าร่วมสนับสนุนตั้งแต่วันแรก เช่น Bethesda, Capcom, Ubisoft, Tencent, NetEase และ Warner Bros. Games
ประเด็นดราม่าและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหน้าจอเดโม
กระแสความไม่พอใจเริ่มก่อตัวจากการสาธิตในงาน GTC เมื่อเดือนมีนาคม เมื่อ DLSS 5 ถูกนำไปใช้กับเกม Resident Evil Requiem และ Starfield ผู้ชมสังเกตทันทีว่าใบหน้าของตัวละครเช่น Leon Kennedy และ Grace Ashcroft กลับดูเรียบเนียนและมันวาวคล้ายกับการใช้บิวตี้ฟิลเตอร์มากกว่าภาพสมจริง จนเกิดคำศัพท์อินเทอร์เน็ตว่า yassified ขณะที่ Jensen Huang ตอบโต้ข้อวิจารณ์ในช่วง Q&A ว่าคำวิจารณ์เหล่านั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจาก DLSS 5 ทำงานในระดับเรขาคณิตภายใต้การควบคุมของนักพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ แทนที่จะเป็นแค่ฟิลเตอร์แปะทับเฟรมสำเร็จรูป
ผลกระทบต่อทิศทางศิลปะและการนำไปทดสอบจริง
นอกเหนือจากเรื่องความสวยงาม ศิลปินและนักพัฒนาชื่อดังอย่าง Karla Ortiz ได้แสดงความเห็นว่าเทคโนโลยีนี้ไม่เคารพเจตนาในการออกแบบศิลปะของนักพัฒนา นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่าหากเกมหลายร้อยเกมผ่านโมเดลเดียวกันที่ฝึกฝนด้วยแนวคิดความสมจริงแบบเดียวกัน ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละเกมอาจเริ่มกลืนหายไปคล้ายกันหมด
สถานการณ์กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม จากการรั่วไหลของชุดคำสั่ง DLSS 5 ผ่านสำเนาเกม NBA 2K27 บนพีซีแบบเข้าถึงล่วงหน้า ทำให้มอดเดอร์นำไปบังคับใช้กับเกมอื่น ๆ เช่น Control และ Monster Hunter Rise ผู้ทดสอบกลุ่มแรกระบุถึงคุณภาพของภาพและผลกระทบด้านประสิทธิภาพในมอดเกม Control แต่บางคลิปก็สร้างความประทับใจให้เกมเมอร์จนเริ่มมีกระแสเชิงบวกกลับมาบ้าง
สิ่งที่ผู้ใช้และเกมเมอร์ควรพิจารณา
สำหรับผู้ที่รอคอยการใช้งาน DLSS 5 มีกำหนดการปล่อยตัวอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ พร้อมการใช้งานที่ปรับแต่งโดยนักพัฒนา ซึ่งจะพิสูจน์ได้ว่าคำกล่าวอ้างของ NVIDIA เรื่องการควบคุมของนักพัฒนาจะเป็นจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ทางด้าน Bethesda ระบุว่าทีมศิลป์จะทำการปรับแต่งเอฟเฟกต์ดังกล่าวและจะให้ผู้เล่นเลือกเปิดปิดได้ตามความสมัครใจ ขณะที่ Capcom ระบุว่าไม่ได้ทราบล่วงหน้าว่าเกมของตนจะปรากฏอยู่ในเดโมดังกล่าว
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

<< หน้าแรก