วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

Bose เปิดตัว QuietComfort Headphones รุ่นที่ 2 อัปเกรดฟีเจอร์เสียงและกันเสียงรบกวนโดยไม่เพิ่มราคา

Bose QuietComfort Headphones 2nd gen review

Bose เปิดตัวหูฟังไร้สาย QuietComfort Headphones รุ่นที่ 2 อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมกับการยืมฟีเจอร์เด่นจากรุ่นพรีเมียมอย่าง QuietComfort Ultra มาใช้งาน พร้อมทั้งปรับปรุงดีไซน์และระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยยังคงวางจำหน่ายในราคาเดิม 359 ดอลลาร์สหรัฐ

การอัปเกรดดีไซน์และฟีเจอร์เสียงรอบด้าน

ในด้านการออกแบบ หูฟัง QuietComfort รุ่นที่ 2 มีการปรับเปลี่ยนเฮดแบนด์ใหม่ให้เลื่อนปรับระดับได้อย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งปรับทรงเอียร์คัพและใช้วัสดุเอียร์ปัดที่ดีขึ้นเพื่อการรองรับแรงกระแทก นอกจากนี้ยังมีการย้ายสวิตช์เปิด/ปิดและจับคู่ Bluetooth จากด้านนอกของเอียร์คัพขวาลงมาที่ขอบด้านล่างของเอียร์คัพซ้าย เพื่อความสะอาดตาในการมองเห็นทั้งสองด้าน

สำหรับการใช้งานด้านเสียง Bose ได้นำฟีเจอร์ Immersive Audio ซึ่งเป็นระบบเสียงรอบทิศทาง และ Cinema Mode สำหรับช่วยเพิ่มความชัดเจนของบทสนทนา มาใส่ไว้ในหูฟังรุ่นมาตรฐานนี้เป็นครั้งแรก ผู้ใช้งานยังสามารถฟังเพลงผ่านสาย USB-C ความละเอียดสูงสุด 24-bit/48kHz พร้อมทั้งชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกับการใช้งานผ่านสายได้อีกด้วย แต่ได้ตัดพอร์ต 3.5 มม. ออกไปแล้ว

สินค้าแนะนำ
มือถือและอุปกรณ์เสริม
เลือกดูสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนที่พัฒนาขึ้น

ระบบ Active Noise Cancellation หรือ ANC บนรุ่นนี้ได้รับการยกระดับด้วยฟีเจอร์ ActiveSense ซึ่งจะช่วยปรับการตัดเสียงรบกวนโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบเสียงดังฉับพลันในขณะใช้งานโหมด Aware (โหมดรับเสียงรอบข้าง) ให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ ระบบ ANC ยังสามารถชดเชยการเปลี่ยนแปลงของการซีลที่เอียร์คัพอันเนื่องมาจากการสวมแว่นตาได้ดีขึ้น และผู้ใช้ยังสามารถปิดการทำงานของ ANC ได้จากในแอปพลิเคชันของ Bose

ข้อจำกัดและสิ่งที่ผู้ใช้ควรพิจารณา

แม้จะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา แต่ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ยังคงเท่ากับรุ่นก่อนหน้า โดยให้การใช้งาน ANC ต่อเนื่องอยู่ที่ 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งสั้นกว่ารุ่น QuietComfort Ultra ที่ใช้งานได้ 30 ชั่วโมง นอกจากนี้ ดีไซน์โดยรวมยังคงเน้นความเรียบง่ายแบบเดิม สำหรับการเชื่อมต่อแบบมีสายจะรองรับเฉพาะพอร์ต USB-C เท่านั้น โดยในกล่องจะมีสายแปลงจาก USB-C เป็น 3.5 มม. มาให้สำหรับระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , , ,