ไขข้อเท็จจริง Google Chrome กินแรมเยอะ เป็นปัญหาจริงหรือแค่มีมอินเทอร์เน็ต

ความเชื่อที่ว่า Google Chrome เป็นตัวกินแรมหรือ RAM hog กลายเป็นกระแสและมกตลกบนอินเทอร์เน็ตที่ถูกพูดถึงมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า Microsoft Edge ทำงานช้าและล้าสมัย ซึ่งถูกทำซ้ำจนทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นความจริง ในความเป็นจริงแล้ว การใช้หน่วยความจำจำนวนมากไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ทั้งในปัจจุบันหรือย้อนกลับไปถึงปี 2016 โดยเว็บเบราว์เซอร์จำเป็นต้องใช้แรมตามที่ต้องใช้งานเพื่อขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมด
เบื้องหลังการใช้แรมของเว็บเบราว์เซอร์ยุคใหม่
ลักษณะการใช้งานเว็บไซต์และตัวเว็บไซต์เองเปลี่ยนแปลงไปจากยุคแรกเริ่มของอินเทอร์เน็ตอย่างมาก จากเดิมที่เป็นหน้าเว็บเน้นข้อความพร้อมภาพหรือวิดีโอเพียงเล็กน้อย เว็บไซต์ในปัจจุบันทำหน้าที่คล้ายกับแอปพลิเคชัน เต็มไปด้วยข้อมูลที่ซับซ้อนและให้ประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลาย นอกจากนี้ ตัวเบราว์เซอร์ยังต้องเปิดหลายแท็บพร้อมกันควบคู่กับการทำงานของส่วนขยายหรือส่วนเสริมในเบื้องหลัง เพื่อให้ทุกอย่างโหลดได้ทันทีและทำงานได้อย่างราบรื่น
เหตุผลที่แต่ละเว็บไซต์ต้องมีกระบวนการแยกส่วน
ผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ต้องเลือกระหว่างการแชร์หน่วยความจำและกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างแท็บเพื่อประหยัดแรม หรือการให้แต่ละแท็บและเว็บไซต์มีกระบวนการทำงานแยกเป็นของตัวเอง ซึ่งวิธีหลังนี้ต้องใช้แรมมากกว่าแต่ช่วยให้การทำงานรวดเร็วและมีความเสถียร Google Chrome เลือกแนวทางหลังเช่นเดียวกับเบราว์เซอร์อื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เบราว์เซอร์ทั้งระบบล่มพร้อมกับแท็บอื่น ๆ อีกกว่า 20 แท็บ หากมีเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งเกิดปัญหาหยุดทำงานกะทันหัน
ความปลอดภัยและข้อดีของการแบ่งกระบวนการ
การแยกกระบวนการทำงานของแต่ละเว็บไซต์ให้อยู่ในระบบแซนด์บ็อกซ์ (Sandboxed process) ช่วยยกระดับความปลอดภัย เนื่องจากระบบปฏิบัติการจะแยกกระบวนการเหล่านี้ออกจากกัน ทำให้หน้าเว็บที่มีอันตรายไม่สามารถเข้ามาดูข้อมูลในแท็บธุรกรรมการเงินหรืออีเมลของผู้ใช้งานได้ง่าย หน่วยความจำส่วนเกินที่เสียไปจึงแลกมาด้วยความปลอดภัยและเสถียรภาพที่ผู้ใช้ควรได้รับ
สิ่งที่คุณควรทราบและการจัดการหน่วยความจำ
แนวคิดที่ว่าควรใช้แรมให้น้อยที่สุดเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานลื่นไหลนั้นไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะแรมที่ไม่ได้ใช้งานคือแรมที่สูญเปล่า หน้าที่ของหน่วยความจำคือการรองรับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการให้ทำงานอย่างรวดเร็วและราบรื่น พีซีทั่วไปที่มีแรม 8GB ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการใช้งานเบราว์เซอร์แล้ว อย่างไรก็ตาม หากพบว่าการใช้แรมพุ่งสูงผิดปกติ อาจเกิดจากหน่วยความจำรั่วไหล (Memory leak) ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากตัวจัดการงานของ Chrome หรือใช้งานฟีเจอร์ Memory Saver เพื่อพักการทำงานของแท็บที่ไม่ได้ใช้งาน และตั้งค่าข้อยกเว้นสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการได้ทันที
แหล่งข้อมูล
เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ
ป้ายกำกับ: Firefox, Google, Google Chrome, Microsoft Edge, RAM

<< หน้าแรก