วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิว HTC Vive Eagle สมาร์ทแว่นตากล้องความละเอียด 12 เมกะเซลล์ ราคาแพงที่ยังไม่น่าประทับใจ

HTC Vive Eagle smart glasses review

HTC ขยายตลาดสมาร์ทแว่นตาด้วยการนำ Vive Eagle วางจำหน่ายในตลาดตะวันตกในราคา 499 ดอลลาร์ หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในไต้หวันเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยตัวอุปกรณ์เน้นการแข่งขันในตลาดแว่นตากล้องอัจฉริยะ แต่ยังต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเหตุผลความจำเป็นในการใช้งานของผู้บริโภค

สเปกฮาร์ดแวร์และการออกแบบ

HTC Vive Eagle มาพร้อมกรอบแว่นทรง Wayfarer มีให้เลือกทั้งแบบเลนส์กลม Panto หรือทรงสี่เหลี่ยม Square ในสีดำหรือพลาสติกโปร่งแสงแต่งสี ตัวแว่นมีน้ำหนักประมาณ 49 กรัม หรือ 1.7 ออนซ์ ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon AR1 Gen 1 พร้อมแรม 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 32GB แบตเตอรี่ขนาด 235mAh รองรับการเล่นเพลงต่อเนื่อง 4.5 ชั่วโมง การโทร 3 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้นาน 36 ชั่วโมง รองรับ Bluetooth 5.3 และ Wi-Fi 6E

ด้านการควบคุม ตัวแว่นมีปุ่มเปิดปิดและเรียกใช้งาน AI ที่ขาแว่นด้านซ้าย ส่วนขาแว่นด้านขวามีปุ่มควบคุมกล้องและทัชแพดสำหรับเลื่อนหรือแตะเพื่อรับสายและควบคุมสื่อ ตัวกล้องฝังอยู่ที่บานพับด้านซ้าย ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพนิ่งได้ที่ความละเอียด 3,024 x 4,032 พิกเซล และวิดีโอแนวตั้ง 1,512 x 2,016 พิกเซล รวมถึงรองรับวิดีโอสโลว์โมชั่นแนวตั้งที่ 120 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 960 x 1,280 พิกเซล จำกัดความยาววิดีโอสูงสุด 10 นาทีต่อคลิป

สินค้าแนะนำ
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
เลือกดูคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องบน Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์ Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการสั่งซื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ

ข้อจำกัดด้านเสียงและระบบ AI

ลำโพงสเตอริโอฝังในขาแว่นได้รับการปรับแต่งเน้นเสียงพูดสำหรับการโทรและพอดแคสต์ แต่เสียงเพลงยังพบปัญหาเสียงแหลมที่บางและเสียงเบสที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ด้วยดีไซน์แบบเปิด ทำให้คนรอบข้างสามารถได้ยินเสียงเพลงหรือบทสนทนาจากแว่นได้ การใช้งาน AI ผ่านคำสั่งเสียง "Hey Vive" ยังมีข้อจำกัด เช่น การสั่งให้อ่านหนังสือที่ติดข้อจำกัดด้านเนื้อหา และผลลัพธ์จากการตอบคำถามหรือแปลภาษาที่ยังทำได้ไม่ราบรื่นนัก

ประเด็นความเป็นส่วนตัวและการโอนย้ายข้อมูล

การโอนย้ายรูปภาพและวิดีโอจากแว่นไปยังสมาร์ทโฟนต้องทำผ่านแอปพลิเคชัน Vive โดยผู้ใช้จะต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ของแว่น ไปที่หน้าแกลเลอรี นำเข้ารูปภาพ แล้วเลือกบันทึกไปยังแกลเลอรีของมือถือด้วยตนเอง ซึ่งเป็นความตั้งใจของ HTC เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยไม่มีการซิงก์ข้อมูลอัตโนมัติในเบื้องหลัง

สิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้และข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

  • ตัวแว่นมีราคาสูงถึง 499 ดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา
  • ลำโพงเปิดทำให้เสียงเล็ดลอดออกสู่ภายนอกได้ง่าย
  • การใช้งาน AI และการแปลภาษาอาจยังไม่รวดเร็วเท่ากับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือโดยตรง
  • สถานการณ์การใช้งานแว่นติดกล้องในปัจจุบันเริ่มเผชิญข้อจำกัดและข้อห้ามในสถานที่สาธารณะ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น

แหล่งข้อมูล

เรียบเรียงจากข้อมูลของ Engadget: อ่านต้นฉบับ

ป้ายกำกับ: , , ,