วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Framework Laptop 12 โน้ตบุ๊กรุ่นถูกที่สุดของแบรนด์ ได้รับการอัปเกรดสเปกครั้งใหญ่

laptop

หลังจากเปิดตัวโน้ตบุ๊กหน้าจอ 13 นิ้วรุ่นระดับไฮเอนด์ไปไม่นาน ล่าสุด Framework แบรนด์โน้ตบุ๊กสายรักษ์โลกที่เน้นการถอดประกอบและซ่อมแซมได้ง่าย ได้ประกาศอัปเกรดสเปกครั้งสำคัญให้กับโน้ตบุ๊กขนาดพกพาอย่าง Framework Laptop 12 โดยหันมาใช้งานชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด พร้อมปรับปรุงฟีเจอร์ด้านฮาร์ดแวร์หลายส่วนเพื่อกลบจุดด้อยจากรุ่นก่อนหน้านี้

ขุมพลังใหม่ Intel Core Series 3 และแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น

การอัปเดตครั้งสำคัญนี้คือการเปลี่ยนมาใช้ชิปประมวลผล Intel Core Series 3 (มีให้เลือกตั้งแต่ระดับ Core 3, Core 5 ไปจนถึง Core 7) ซึ่งช่วยปรับปรุงเรื่องการจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทาง Framework ระบุว่า ในรุ่น Core 5 สามารถใช้งานแบตเตอรี่ในการสตรีมวิดีโอผ่าน Netflix ได้ยาวนานกว่ารุ่นหน่วยประมวลผลรุ่นแรกถึง 70%

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังเปลี่ยนมาใช้แรมประเภท DDR5 ที่มีความเร็วสูงขึ้น โดยรุ่นสำเร็จรูปจะมาพร้อมแรมเริ่มต้นที่ 8GB, 16GB และ 32GB ตามลำดับชิปประมวลผล (และสามารถปรับแต่งเพิ่มได้สูงสุดถึง 48GB สำหรับสายอัปเกรด) อีกทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ Expansion Cards ทั้ง 4 พอร์ตบนตัวเครื่อง จะมี 2 พอร์ตที่รองรับเทคโนโลยี Thunderbolt 4 อีกด้วย

เพิ่มตัวเลือกคีย์บอร์ดมีไฟ และระบบสแกนนิ้ว

แม้ว่าหน้าจอขนาด 12.2 นิ้วจะยังคงใช้สเปกเดิม แต่ผู้ใช้งานสามารถเลือกเพิ่มออปชันคีย์บอร์ดแบบมีไฟ (Backlit Keyboard) และปุ่มสแกนลายนิ้วมือเพื่อความปลอดภัยได้แล้ว โดยรุ่นสำเร็จรูปสเปก Core 5 และ Core 7 จะติดตั้งฟีเจอร์เหล่านี้มาให้เป็นมาตรฐาน

เอาใจสาย Linux เป็นหลัก

เนื่องจากสถิติของทาง Framework ชี้ว่าผู้ใช้งาน Framework Laptop 12 รุ่นแรกกว่า 80% เลือกใช้งานระบบปฏิบัติการ Linux ทางแบรนด์จึงตัดสินใจติดตั้งระบบปฏิบัติการ Fedora (Linux) มาให้จากโรงงานโดยเริ่มต้น แต่หากผู้ใช้งานต้องการเปลี่ยนเป็น Windows 11 จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 100 ดอลลาร์สหรัฐ

ราคาและการวางจำหน่าย

Framework Laptop 12 เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ววันนี้ และจะเริ่มทยอยจัดส่งในเดือนตุลาคม โดยแบ่งออกเป็น 2 ทางเลือกหลัก:

  • รุ่น DIY (ประกอบเอง): ราคาเริ่มต้น 549 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19,000 บาท) มีสีให้เลือกจุใจ ได้แก่ ดำ, เทา, ชมพู, เขียว และม่วงอ่อน
  • รุ่น Pre-built (ประกอบเสร็จพร้อมใช้งาน): ราคาเริ่มต้น 699 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24,000 บาท) สำหรับรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Linux

ถือเป็นการอัปเกรดที่คุ้มค่ามากสำหรับใครที่มองหาโน้ตบุ๊กขนาดกะทัดรัดที่สามารถแกะซ่อมและอัปเกรดชิ้นส่วนเองได้ในระยะยาว เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับโน้ตบุ๊กค่ายนี้บ้าง? สเปกใหม่และราคาเริ่มต้นประมาณนี้โดนใจกันไหมครับ มาร่วมแชร์ความคิดเห็นกันได้เลย